Showing posts with label อาชญากรรม. Show all posts
Showing posts with label อาชญากรรม. Show all posts
กรมศุลกากร เผยผลจับกุม ประจำเดือนมีนาคม 63

กรมศุลกากร เผยผลจับกุม ประจำเดือนมีนาคม 63

     วันนี้ (วันที่ 11 มีนาคม 2563) เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าว ชั้น 2 อาคาร 1 กรมศุลกากร นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า อธิบดีกรมศุลกากร มีนโยบายให้มีการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเชิงนโยบาย โครงการ และประเด็นต่าง ๆ โดยมอบหมายให้คณะโฆษกกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ และได้กำหนดให้มีการแถลงข่าวประจำทุกเดือน สำหรับประเด็นที่น่าสนใจ ในการแถลงข่าวประจำเดือนมีนาคม 2563 (Monthly Customs Press 6 /2563) ได้แก่ (1) ผลการตรวจพบการกระทำความผิดประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2563 (2) ครั้งแรกในการจัดเก็บดีเอ็นเองาช้าง ขยายผลคดีใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ (3) ชี้แจงข้อเท็จจริงและแจ้งเตือนการหลอกลวงกรณีอ้างชื่อกรมศุลกากร (4) จากกรณีที่มีข่าวในเพจของสื่อโซเซียล มีรายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

     (1) ผลการตรวจพบการกระทำความผิดประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2563
     ตามที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร มีนโยบายสำคัญในการเร่งรัดปราบปรามการลักลอบและหลีกเลี่ยงนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดพร้อมหน่วยปฏิบัติการวางแผนตรวจค้นจับกุมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อสกัดกั้นป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สินค้าเกษตร น้ำมัน ยาเสพติด IPRs และสินค้าละเมิดอนุสัญญา CITES โดยสืบสวนหาข่าวและออกลาดตระเวนด้วยรถยนต์ ตรวจค้นรถบรรทุก โกดัง บ้านเรือน แหล่งจำหน่าย สถานที่เก็บรักษาที่เชื่อได้ว่ามีของผิดกฎหมายเก็บซุกซ่อนอยู่ อีกทั้งยังมีแผนการป้องกันและปราบปรามสินค้าดังกล่าว ในช่วงเวลาซึ่งมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการลักลอบ นอกจากนี้ มีการบูรณการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ ทหาร กอ.รมน. ปปส. บช.ปส. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สถานทูตต่างๆ Interpol DEA เป็นต้น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวระหว่างกัน
     สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2563 กรมศุลกากรตรวจพบการกระทำผิดตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับศุลกากรได้ทั้งสิ้น 2,196 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 140 ล้านบาท โดยเป็นคดีลักลอบคิดเป็นร้อยละ 74.6 ของมูลค่าทั้งหมด ทั้งนี้ สินค้าที่มีมูลค่าการลักลอบนำเข้าที่สำคัญได้แก่ บุหรี่ และเคตามีน ส่วนสินค้าที่มีมูลค่าการลักลอบส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ แอมเฟตามีน

      ผลงานที่น่าสนใจในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีดังนี้


     1.ยาเสพติด

     1.1 เมื่อวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 กรมศุลกากรได้ติดตามผู้โดยสารหญิงชาวไทยต้องสงสัยว่าอาจมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย ต้นทางจากประเทศอินเดียปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
     จากการสืบสวนเชิงลึก พบว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มชาวต่างชาติที่ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศแล้วทำการแบ่งบรรจุเพื่อขายในประเทศ ส่วนหนึ่งส่งออกไปไต้หวัน ผลการตรวจสอบพบ ยางกัญชา จำนวน 9.5 กก. ซุกซ่อนในช่องลับของกระเป๋าเดินทาง จึงถูกจับกุมและนำมาขยายผลไปยังผู้สั่งการ
     ต่อมาทาง Airport Interdiction Task Force: AITF ได้วางกำลังเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องจนกระทั่งชุดจับกุม ได้ทำการจับกุมชายชาวต่างชาติซึ่งเป็นผู้สั่งการ ผลการตรวจค้นพบเคตามีนประมาณ 6 กก. และกัญชาแห้ง 2 ถุง น้ำหนักประมาณ 135 กรัม พร้อมอุปกรณ์การแบ่งบรรจุตาชั่งที่ปิดผนึกถุงพลาสติก
     จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบสถานที่แบ่งบรรจุเป็นห้องพักย่านคลองจั่น จึงได้เข้าทำการตรวจค้น พบเคตามีน 1 ถุง น้ำหนัก 135 กรัม อุปกรณ์สำหรับอำพรางยาเสพติด ที่จัดทำเพื่อซุกซ่อนยาเสพติดล็อตใหม่จำนวนหนึ่ง จึงได้จับกุมชายไทยผู้พักอาศัยในห้องดังกล่าวเพิ่มอีก 1 คน นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมยาเสพติดที่ยึดได้ประมาณ 19 ล้านบาท
     1.2 เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 กรมศุลกากรได้ติดตามผู้โดยสารต้องสงสัยชาวต่างชาติ เดินทางมาจากโดฮา กาตาร์ ผ่าน แอดดิสอาบาบา เอธิโอเปีย ปลายทางกรุงเทพ มีความเสี่ยงตามรูปแบบของผู้ลักลอบขนโคเคนเข้าประเทศ ผลการตรวจค้นโดยการเอ็กเรย์พบโคเคนซุกซ่อนในช่องลับรอบกระเป๋าเดินทาง น้ำหนัก 2,110 กรัม มูลค่าประมาณ 6.33 ล้านบาท จึงส่งผู้ต้องหาดำเนินคดีต่อไป
     1.3 ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์ สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ กรมศุลกากร ได้ตรวจพบพัสดุต้องสงสัยและได้ทำบันทึกยึด จากผลการตรวจสอบพบยาอี คละสี ต้นทางจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 Ecstasy รวมทั้งสิ้น 88,345 เม็ด มูลค่าโดยประมาณ 70.67 ล้านบาท
และกัญชาแห้ง ต้นทางจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 รวมทั้งสิ้น 3.89 กิโลกรัม มูลค่าโดยประมาณ 778,000.00 บาท

     2. สินค้าเกษตร

     เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 กรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคง จับกุมเมล็ดข้าวโพดแห้ง ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรจำนวน 45,000 กิโลกรัม มูลค่า 348,750 บาท รถบรรทุก 4 คัน ผู้ต้องหา 4 ราย ของกลางและผู้ต้องหานำส่งด่านศุลกากรแม่สอดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

     3. เนื้อกระบือแช่แข็ง

     เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 กรมศุลกากรได้ตรวจค้นห้องเย็นของบริษัทแห่งหนึ่ง ตำบลลุมพลี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามหมายค้นของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบสินค้าประเภท เนื้อกระบือแช่แข็ง เมืองกำเนิดประเทศอินเดีย ไม่มีหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรมาแสดงขณะตรวจค้น จำนวน 7,492 ลัง น้ำหนักรวม 150,140 กก. มูลค่ามากกว่า 22 ล้านบาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

     (2) ครั้งแรก!! จัดเก็บดีเอ็นเองาช้าง ขยายผลคดีใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ


     ตามที่ กรมศุลกากรบูรณาการการทำงานร่วมกันกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายโดยใช้เทคนิควิธีการในการสืบสวน และเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการค้างาช้างผิดกฎหมาย รวมถึงวิเคราะห์ติดตาม กลุ่มขบวนการที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้างาช้าง ซึ่งเป็นผลให้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557 ถึงปัจจุบัน กรมศุลกากรมีผลการตรวจยึดงาช้าง จำนวน 46 คดี ปริมาณงาช้างของกลาง มากกว่า 5.5 ตัน โดยเฉพาะในปี 2558 ได้มีการตรวจยึดงาช้างได้ทั้งสิ้น 5,176 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการตรวจยึดมากที่สุดในประเทศไทย

     เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนขยายผลในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการลักลอบทั้งหมด จึงเป็นผลให้เกิดการดำเนินการจัดเก็บดีเอ็นเองาช้างของกลางเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อนำไปขยายผลดำเนินคดีคดีกับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการลักลอบทั้งในและนอกประเทศ
     การดำเนินการจัดเก็บดีเอ็นเองาช้างในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations : HSI) ซึ่งได้นำผู้เชี่ยวชาญ ดร.แซมมวล วาเซอร์ จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่ศุลกากร กองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากรและเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากงาช้างของกลางในคดีจากประเทศคองโกและเคนยา ระหว่างวันที่ 17-28 กุมภาพันธ์ 2563 ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยงาช้างที่ดำเนินการเก็บตัวอย่างในครั้งนี้ มีน้ำหนักกว่า 3.23 ตัน (510 ชิ้น) จากประเทศเคนยาและน้ำหนัก 2.25 ตัน (802 ชิ้น) จากประเทศคองโก ตัวอย่างเหล่านี้จะได้รับการตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอ ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน โดย ดร. วาเซอร์และทีมงาน เพื่อตรวจสอบว่ามีการเชื่อมโยงกับการตรวจยึดอื่น ๆ หรือไม่ และเพื่อดำเนินคดีกับผู้ลักลอบที่เกี่ยวข้องในที่สุด
     ด้วยความทุ่มเทในการขยายผลการจับกุมไปยังกลุ่มขบวนการลักลอบทั้งภายในและต่างประเทศ และความสำเร็จในการปราบปรามการลักลอบค้างาช้างที่นำเข้าจากแอฟริกา เป็นเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่ง ทำให้คณะกรรมการบริหารอนุสัญญาไซเตสถอดประเทศไทยจากบัญชีดำงาช้างไซเตส

     (3) ชี้แจงข้อเท็จจริงและแจ้งเตือนการหลอกลวง กรณีอ้างชื่อกรมศุลกากร

     กรณีบุคคลแอบอ้างเอกสารใบรับรองจากกรมศุลกากรในการรับรองการนำเข้าเงินในกระเป๋าเดินทาง หรือ กรณีที่มีผู้เสียหายได้สั่งซื้อของผ่านทางเว็บไซต์ และมีบุคคลได้แจ้งแก่ผู้สั่งของว่าสินค้ารอการตรวจปล่อยอยู่ที่ศุลกากรและขอให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าภาษีอากรและค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยมีการใช้เอกสารที่มีเครื่องหมายตราสัญลักษณ์และชื่อของกรมศุลกากรแจ้งให้โอนเงินค่าภาษีอากรและค่าใช้จ่ายอื่นๆ กรมศุลกากรจึงทำการตรวจสอบเอกสารดังกล่าว พบว่าเป็นเอกสารปลอมที่ไม่ได้มีการออกโดยกรมศุลกากร
     นอกจากนี้ยังมีกรณีที่มีผู้ที่อ้างตัวเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณค่าโฆษณาในการจัดทำหนังสือ รายงาน วารสาร หนังสือรายงานพิเศษเนื่องในโอกาส “ครบรอบ 146 ปี กรมศุลกากร” หรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆของกรมศุลกากร โดยมีการกำหนดอัตราค่าโฆษณาไว้อย่างชัดเจนเป็นจำนวนหลักหมื่นขึ้นไป พร้อมทั้งมีข้อความที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจผิดว่ากรมศุลกากรมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำหนังสือดังกล่าว กรมศุลกากรขอยืนยันว่าไม่เคยมีนโยบายขอรับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการในลักษณะดังกล่าว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการว่าจ้างสื่อสิ่งพิมพ์รายใดจัดทำหนังสือ รายงาน วารสาร หนังสือรายงานพิเศษเนื่องในโอกาส “ครบรอบ 146 ปี กรมศุลกากร” หรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆของกรมศุลกากร แต่อย่างใด
     ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับการดำเนินการใดๆ ทางกรมศุลกากร สามารถติดต่อ สอบถามข้อมูลทางศุลกากรได้ที่ Customs Call Center 1164 หรือ e-mail : 1164@customs.go.th หรือติดต่อด้วยตนเอง หรือโทรศัพท์สอบถามไปยัง สำนักงานหรือด่านศุลกากรทุกแห่ง ในวันและเวลาราชการ

     (4) จากกรณีที่มีข่าวในเพจของสื่อโซเซียล เรื่อง หน้ากากอนามัยจำนวน 5 ล้านชิ้นถูกกัก โดยกรมศุลกากรขอแบ่งจำนวน 2 ล้านชิ้น กรมศุลกากรขอชี้แจงว่า กรมฯ มิได้นิ่งเฉยและทำการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าภาพที่ทางเพจดังกล่าวได้นำมาลงนั้น เป็นภาพที่เหมือนกับการลงขายหน้ากากอนามัยในต่างประเทศ อีกทั้งทางผู้บริหารได้มีข้อสั่งการให้ตรวจสอบไปยังพื้นที่ ที่อาจมีการนำเข้า และไม่พบกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น เรื่องดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าการทำงานของกรมศุลกากรเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
Read More
CRIME: ปคม. บุกค้นคลังแสงใจกลางกรุง พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เป็นพนักงานสายการบินดัง

CRIME: ปคม. บุกค้นคลังแสงใจกลางกรุง พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เป็นพนักงานสายการบินดัง

     ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ จับกุมนายธำรงศักดิ์ วงศ์รักศักดิ์ อายุ 43 ปี พร้อมเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 150 ซอยพหลโยธิน 1 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม. พบ
- อาวุธปืนสั้นและอาวุธปืนยาว รวม 27 กระบอก  
- เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวมประมาณ 5,000 นัด
- เครื่องผลิตกระสุนปืน จำนวน 2 เครื่อง
- อุปกรณ์การผลิตกระสุนปืน (ปลอกกระสุนปืน ดินปืน หัวกระสุนฯ) จำนวนมาก
     พ.ต.ต.พงศพัศ บัวรุ่ง สว.กก.1 บก.ปคม. ซึ่งทำการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมจำหน่ายอุปกรณ์การตกแต่งปืน และผลิตกระสุนเพื่อจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้น จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฏหมาย
     ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ระดมกวาดล้าง อาวุธปืน อาวุธสงคราม เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้อาวุธปืนก่อเหตุจำนวนมาก
#TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #คลังแสง #ปคม #อาวุธปืน

http://bit.ly/32XvQnd
Read More
แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายโจรกรรมรถจักรยานยนต์

แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายโจรกรรมรถจักรยานยนต์

     วันนี้ (ศุกร์ที่ 12 ต.ค.61) เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิุ์ ผบก.น.2 แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ผลงานของฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง , สน.เตาปูน , สน.สุทธิสาร และ กก.สส.บก.น.2 ณ ลานแถลงข่าว ขั้น1 อาคาร บช.น./ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้เร่งรัดสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุอุฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ และคดีที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป นั้น
    กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. ,พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รรท.รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. ได้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดมา
กองบังคับการตำรวจนครบาล ๒ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เอกชัย  บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.๒ พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รอง ผบก.น.๒ และ พ.ต.อ.คณบดี เลิศอมรศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.2  พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.2 , สน.เตาปูน , สน.สุทธิสาร และสน.ห้วยขวาง ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมตัวผู้ต้องหา
ผู้ต้องหาที่ 1 นายศักดิ์สิทธิ์   กิจสหวงศ์ หรือ หยก อายุ 26 ปี  ตามหมายจับ หมายจับศาลอาญาที่ 1906/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.เตาปูน พร้อมอายัดหมายจับรวมจำนวน 9 หมาย
ผู้ต้องหาที่ 2 นายธีระพงษ์   นนทภา หรอโจ้ อายุ 34 ปี  ตามหมายจับ หมายจับศาลอาญาที่ 1911/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร พร้อมอายัดหมายจับรวมจำนวน 7 หมาย
ผู้ต้องหาที่ 3 นายพิษณุ กลิ่นถือศีล หรือ นุ หรือ แจ็ค อายุ 36 ปี  ตามหมายจับ หมายจับศาลอาญาที่ 1910/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร พร้อมอายัดหมายจับรวมจำนวน 6 หมาย
ผู้ต้องหาที่ 4 นายวนัส  ทองโชติ หรือ มอส อายุ 26 ปี ตามหมายจับ หมายจับศาลอาญาที่ 1974/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก พร้อมอายัดหมายจับรวมจำนวน 3 หมาย
ข้อหา “ ร่วมกันลักทรัพย์เวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ”
พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับพฤติกรรมการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ของกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มาเป็นระยะเวลานาน โดยได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเรื่อยมาจนทราบพฤติกรรมคนร้ายกลุ่มนี้ ว่าคนร้ายกลุ่มนี้ จะใช้รถยนต์เก๋งมาสด้า 2 สีดำติดป้ายทะเบียนแดง ทราบภายหลังว่าทะเบียนจริงคือ 7 กท 9283 กทม. โดยในช่วงเวลาประมาณ 03.00 – 05.00 น. ของแต่ละวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตำรวจไม่ตั้งด่านจะชักชวนกันออกมาจาก บ้านในเขตบ้านโป่ง  จังหวัดราชบุรี ตระเวนลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยรอบ โดยจะโดนสารกันมาในรถประมาณ 4-5 คน พร้อมอุปกรณ์การโจรกรรมรถจักรยานยนต์ จากนั้นเมื่อโจรกรรมได้รถจักรยานยนต์ ก็จะขับขี่กลับไปที่ บ้านในเขตบ้านโป่ง  ราชบุรี เพื่อส่งมอบรถจักรยานยนต์ โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวไว้ได้  จำนวน 28 หมายจับ คนร้าย จำนวน 5 คน
ต่อมาเช้ามืด วันที่ 12 ตุลาคม 2561 กลุ่มคนร้ายดังกล่าวจะใช้รถยนต์เก๋งมาสด้า 2 สีดำทะเบียนแดง ดังเช่นสืบสวนมาออกตระเวนลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ ถนนจรัญสนิทวงศ์  เขตบางผลัด จึงได้นำกำลังมาไปดักรอจนเมื่อ วันที่ 12 ตุลาคม 2561 เวลาประมาณ 03.40 น. ตามวันเวลาจับกุม พบเห็นรถยนต์คันดังกล่าว วิ่งผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์เข้าไปในซอย จรัญสนิทวงศ์ 44 จึงได้ใช้กำลังขับรถยนต์ติดตามดูต่อมารถยนต์คันดังกล่าว ผ่านไปถึง ตรอกซอยข้างบ้านเลขที่ 1853 ซอยอรุณอมรินทร์ 55 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเรียกให้รถยนต์ดังกล่าวหยุดรถแล้วลงมาจากรถ เมื่อผู้ต้องหาหยุดรถแล้วลงมาจากรถพบว่า มีชายทั้งหมด 4 คนภายในรถคือผู้ต้องหาทั้ง 4 ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ
ผู้ต้องหาที่ 1 นายศักดิ์สิทธิ์   กิจสหวงศ์ หรือ หยก อายุ 26 ปี  
เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1-3004-00132-15-5  ที่อยู่ 21/6 หมู่ 11 ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป้ง จ.ราชบุรี
มีหมายจับความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ” จำนวน 9 หมาย
1.หมายจับศาลอาญาที่ 1906/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.เตาปูน (จับกุมตามหมายจับนี้)
2.หมายจับศาลอาญาที่ 1907/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.ห้วยขวาง
3.หมายจับศาลอาญาที่ 1908/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.ห้วยขวาง
4.หมายจับศาลอาญาที่ 1909/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร
5.หมายจับศาลอาญาที่ 1913/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร
6.หมายจับศาลอาญาที่ 1916/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร
7.หมายจับศาลอาญาที่ 1975/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
8.หมายจับศาลอาญาที่ 1981/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
9.หมายจับศาลอาญาที่ 1986/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
ผู้ต้องหาที่ 2 นายธีระพงษ์   นนทภา หรอโจ้ อายุ 34 ปี  
เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1-7099-00013-43-5  ที่อยู่ 4/5 หมู่ 4 ต.ปากแรด อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
มีหมายจับความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ” จำนวน 7 หมาย
1.หมายจับศาลอาญาที่ 1911/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร(ชายตามภาพจากกล้องวงจรปิด)(จับกุมตามหมายจับนี้)
2.หมายจับศาลอาญาที่ 1912/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร(ชายตามภาพจากกล้องวงจรปิด)
3.หมายจับศาลอาญาที่ 1915/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร(ชายตามภาพจากกล้องวงจรปิด)
4.หมายจับศาลอาญาที่ 1979/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
5.หมายจับศาลอาญาที่ 1985/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 หัวหมาก
6.หมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชันที่ 458/2561 ลงวันที่ 20 กันยายน 2561 สน.บางพลัด
7.หมายจับศาลอาญาที่ 1990/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
ผู้ต้องหาที่ 3 นายพิษณุ กลิ่นถือศีล หรือ นุ หรือ แจ็ค อายุ 36 ปี  เลขบัตรประจำตัวประชาชน 3-7005-00474-92-1  ที่อยู่ 31/46 ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม
มีหมายจับความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ” จำนวน 6 หมาย
1.หมายจับศาลอาญาที่ 1910/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร(ชายตามภาพจากกล้องวงจรปิด) (จับกุมตามหมายจับนี้)
2.หมายจับศาลอาญาที่ 1914/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร(ชายตามภาพจากกล้องวงจรปิด)
3.หมายจับศาลอาญาที่ 1917/2561 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2561 สน.สุทธิสาร(ชายตามภาพจากกล้องวงจรปิด)
4.หมายจับศาลอาญาที่ 1976/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
5.หมายจับศาลอาญาที่ 1982/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
6.หมายจับศาลอาญาที่ 1987/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
ผู้ต้องหาที่ 4 นายวนัส  ทองโชติ หรือ มอส อายุ 26 ปี  
เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1-7098-00171-47-1  ที่อยู่ 19/7 หมู่ 6 ต.หนองกบ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
มีหมายจับคามผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ” จำนวน 3 หมาย
1.หมายจับศาลอาญาที่ 1974/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก (จับกุมตามหมายจับนี้)
2.หมายจับศาลอาญาที่ 1984/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
3.หมายจับศาลอาญาที่ 1989/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สน.หัวหมาก
Read More
ตำรวจจับตัวมือปืนร่วมจัดฉากฆ่า "ด๊อกเตอร์" ประธานบริษัทฯโซลาร์เซลล์ได้แล้วเมื่อคืนนี้พร้อมคุมตัวไปทำแผน ขณะที่ทีมสังหารถูกจับไปก่อนหน้านี้

ตำรวจจับตัวมือปืนร่วมจัดฉากฆ่า "ด๊อกเตอร์" ประธานบริษัทฯโซลาร์เซลล์ได้แล้วเมื่อคืนนี้พร้อมคุมตัวไปทำแผน ขณะที่ทีมสังหารถูกจับไปก่อนหน้านี้

     นายวัชรพงษ์ พราหมณี ถูกนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีสังหารด็อกเตอร์อัครนันท์ มงคลชลสวัสดิ์ อายุ 56 ปี ประธานบริษัทฟินิกซ์ เวิลด์ เอนเนอจี จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโซลาร์เซลล์ เมื่อคืนวันที่ 17 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา หลังเมื่อคืนนายวัชรพงษ์ถูกจับได้ระหว่างเดินทางไปที่ด่านสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน

     คดีนี้ตำรวจจับผู้ต้องหาไปก่อนหน้านี้ 4 คน ประกอบด้วย นายวิฑูรย์ กรีธาธร หรือ สจ.เก่ง อดีต สจ.ท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พันเอก สมศักดิ์ มุ่ยแฟง หรือ เสธ.มุ่ย นายทหารนอกราชการ ถูกแจ้งข้อหาผู้ใช้จ้างวาน นายโชติทิวัตถ จิรภัทรพุฒิธนา เจ้าของบริษัท ฟ้าชัย วิศวกรรม จํากัด และ นายวราวุฒิ ผาสุข ส่วนอีกคนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้ว 1 คน พบว่าเป็นมือปืนเช่นกัน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดก่อนหน้านี้ให้การปฎิเสธ


     ขณะที่การทำแผนได้จำลองเหตุการณ์ตั้งแต่ทางเข้าหมู่บ้านในตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดยิงด็อกเตอร์อัครนันท์


     โดยตำรวจเป็นตัวแทน นายวราวุฒิ ผาสุก ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ขับรถ และนายวิฑูรย์ กรีธาธร หรือ ส.จ.เก่ง ผู้ต้องหาที่นั่งอยู่เบาะหลังรถ


     ส่วนนายวัชรพงษ์ มือปืนนั่งอยู่เบาะหน้าด้านซ้าย ก่อนลงมือได้ทำทีขับรถปาดหน้ากันและไล่ตามกันไปจนถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน ผู้ตายจึงลงมาเคาะกระจกฝั่งซ้ายของผู้ต้องหา นายวัชรพงษ์ มือปืน จึงลงจากรถใช้อาวุธปืน ขนาด 11 มม. ยิงจนเสียชีวิตทันที


     การทำแผนอีกจุดคือบริเวณริมหน้าปั้มแก๊ส ถนนพุทธรักษา ห่างจากจุดแรกประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มมือปืนจอดสับเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถ เพื่ออำพรางสายตาตำรวจ ก่อนจะหนีกลับจังหวัดเพชรบุรี


     โดยการทำแผนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ส่วนรายละเอียดการก่อเหตุนั้น ตำรวจยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวน ทราบเพียงว่าผู้ต้องหาที่เป็นผู้ลงมือลั่นไกได้ค่าจ้าง 8 หมื่นบาท เบื้องต้นแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน


     คดีนี้กลุ่มคนร้ายได้วางแผนอำพรางคดีทำให้เป็นเรื่องทะเลาะวิวาทด้วยการขับรถเฉี่ยวชน แต่สาเหตุที่แท้จริงมาจากปมความขัดแย้งภายในบริษัทพลังงานโซลาร์เซลล์ ที่ผู้ตายเป็นประธานบริษัท แต่ต้องการแยกตัวออกมา ทำให้ผู้ใช้จ้างวานที่เป็นหุ้นส่วนไม่พอใจเนื่องจากทำให้บริษัทขาดความน่าเชื่อถือ
Read More

ช่อง copthai tv สถานีทีวีตำรวจ

Sponsor

AD BANNER