ฟัล ครัม อินเตอร์ฯ รุก“มวยไทยซุปเปอร์แชมป์” เตรียมหนุนเต็มรูปแบบหลังจัดมหกรรมสินค้าแห่งอนาคต​ ที่เมืองทองธานี​ 3-5 มิ.ย.​นี้

ฟัล ครัม อินเตอร์ฯ รุก“มวยไทยซุปเปอร์แชมป์” เตรียมหนุนเต็มรูปแบบหลังจัดมหกรรมสินค้าแห่งอนาคต​ ที่เมืองทองธานี​ 3-5 มิ.ย.​นี้

“ฟัล ครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป” ประกาศหนุน “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์” ดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลก​ พร้อมจัดมหกรรมแสดงสินค้าแห่งอนาคต ที่เมืองทองธานี​ 3-5 มิ.ย.​นี้

ฟัล ครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป

     บริษัท ฟัล ครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศสนับสนุนวงการมวยไทยอย่างเต็มรูปแบบ หลังเข้าร่วมชมการแข่งขัน “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ด บาย วันก่อเกียรติ” ที่ World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 พร้อมมองเห็นศักยภาพของ “มวยไทย” ในฐานะ Soft Power สำคัญของประเทศไทย ที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเวทีนานาชาติได้อย่างยั่งยืน

     ภายในงานได้รับการต้อนรับจาก “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน และ "เสี่ยอู๊ด" นายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหาร วันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี

     คณะผู้บริหารของ บริษัท ฟัล ครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณสุวโรจน์ สุรักทวี ประธานบริหาร, มิสเตอร์ เจียง จิว เหลียง ผู้แทนรองประธานบริหารจากประเทศจีน, คุณวีรินทร์ สุรักทวี ประธานบริษัท, มิสเตอร์ เจียง จิ่ว ซุ่น กรรมการผู้จัดการ และ มิสเตอร์ เกา พาน กรรมการรองผู้จัดการ

     โดยบริษัทเตรียมจัดมหกรรมแสดงสินค้านวัตกรรมแห่งอนาคตครั้งใหญ่ ระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจะรวบรวมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ ของตกแต่งบ้าน และอุปกรณ์โรงแรมเกรดพรีเมียมจากประเทศจีนกว่า 1,500 โรงงาน มาจัดแสดงในประเทศไทย

     ภายหลังการจัดงานดังกล่าว บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าสนับสนุนวงการมวยไทยอย่างจริงจัง โดยมองว่ามวยไทยเป็นกีฬาที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างชื่อเสียงระดับโลก และเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญของประเทศไทย

     นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ กล่าวว่า การที่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ระดับนานาชาติเข้ามาสนับสนุนมวยไทย ถือเป็นสัญญาณบวกต่อวงการกีฬาไทย เพราะจะช่วยยกระดับการแข่งขัน เพิ่มโอกาสให้นักมวยไทย และสร้างระบบสนับสนุนที่แข็งแรงมากขึ้น ทั้งในด้านการจัดการแข่งขัน การพัฒนานักกีฬา และการขยายฐานแฟนมวยสู่ตลาดต่างประเทศ

     ด้าน นายสรวีร์ ฤทธิชัย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและวงการมวยไทย จะช่วยผลักดันให้ “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์” เติบโตอย่างต่อเนื่อง และสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้มากขึ้น

     สำหรับผลการแข่งขัน “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ด บาย วันก่อเกียรติ” ประจำวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 มีคู่แข่งขันสำคัญดังนี้

  • มวยรอบสากล “ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก” พิกัด 115 ปอนด์ “ศึกนวมคู่กำปั้นทองคำ ครั้งที่ 1 นัดที่ 7” วชิรวิทย์ กุศล นักชกตัวแทนจังหวัดศรีสะเกษ ชนะน็อก ณัฏพล บัวสา ตัวแทนจังหวัดกาญจนบุรี ในยกที่ 2 ส่งผลให้จังหวัดศรีสะเกษผ่านเข้ารอบต่อไป
  • มวยไทย 3 ยก พิกัด 122 ปอนด์ เพชรพันล้าน ส.สวนหลวงไทยบ็อกซิ่งยิมส์ เสมอกับ จาง ซื่อ เจี่ย จากจีน อย่างดุเดือด
  • พิกัด 161 ปอนด์ พร้อมเพชร ภ.เจริญแพทย์ ชนะคะแนน เคียน ศศิประภายิม นักชกชาวอังกฤษ
  • พิกัด 126 ปอนด์ อัชราฟอฟ ทีซีมวยไทย นักชกจากอุซเบกิสถาน ชนะคะแนน อาซาน ส.เดชะพันธ์
  • พิกัด 130 ปอนด์ อาหม่า ส.เดชะพันธ์ นักชกชาวจีน ชนะน็อก พิชิตมาร DN มวยไทยยิม ในยกแรก
  • คู่เอก พิกัด 139 ปอนด์ เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง ชนะคะแนน ดิมิทรี ส.เดชะพันธ์ นักชกชาวอเมริกัน อย่างสนุกดุเดือด
  • มวยไทยหญิง พิกัด 105 ปอนด์ น้องเล็ก ครูดามยิม ชนะคะแนน แอนดี้ พาเรน นักชกสาวชาวแคนาดา

     การแข่งขัน “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ด บาย วันก่อเกียรติ” ถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์ เวลา 17.30–20.00 น. ทาง สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กด 27 โดยได้รับความสนใจจากแฟนมวยทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

     ทั้งนี้ ศึกครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 ณ World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ ท่ามกลางกระแสความนิยมของมวยไทยที่ยังคงเติบโตในฐานะกีฬาและวัฒนธรรมระดับโลกของประเทศไทย

Read More
ญี่ปุ่นเตือนนักท่องเที่ยวไทย! ห้ามหิ้ว Heat-Not-Burn กลับประเทศ

ญี่ปุ่นเตือนนักท่องเที่ยวไทย! ห้ามหิ้ว Heat-Not-Burn กลับประเทศ

ดราม่าโซเชียลร้อนแรง! ชาวเน็ตถก “ไส้ยาสูบแบบให้ความร้อน” หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่? จับตากฎหมายไทยยังไร้ความชัดเจน

ไส้ยาสูบแบบความร้อน

     กรุงเทพฯ – ประเด็นการนำเข้า “ไส้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน” (Heat-Not-Burn Tobacco Products) จากประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นหัวข้อร้อนบนโลกออนไลน์ของไทยอีกครั้ง หลังสมาชิกในกลุ่มท่องเที่ยวชื่อดัง “กลุ่มชอบตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น” ซึ่งมีสมาชิกมากกว่าหนึ่งล้านคน ตั้งคำถามถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำ “ไส้ยาสูบแบบให้ความร้อน” กลับเข้าประเทศไทย ว่าสามารถทำได้หรือไม่ และมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่

     กระแสการถกเถียงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความสับสนของผู้บริโภคจำนวนมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ประเภท Heat-Not-Burn ถูกกฎหมายและวางจำหน่ายทั่วไปในหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่ในประเทศไทยยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสินค้าต้องห้ามนำเข้าเช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้า ตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานรัฐ

     ผู้ใช้งานโซเชียลจำนวนมากแสดงความคิดเห็นหลากหลายมุม โดยบางส่วนเข้าใจว่า “ตัวไส้” ที่มีส่วนประกอบของใบยาสูบจริง อาจสามารถนำเข้ามาได้ในปริมาณจำกัดไม่เกิน 1 คอตตอน คล้ายบุหรี่มวนทั่วไป ขณะที่อีกหลายคนมองว่าในทางปฏิบัติยังถือเป็น “พื้นที่สีเทา” และมีความเสี่ยงถูกตรวจยึดโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรหากนำเข้าประเทศไทย

     นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งแชร์ประสบการณ์ตรงจากประเทศญี่ปุ่นว่า พนักงานร้านค้าหลายแห่งซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Heat-Not-Burn ให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างชัดเจนว่า แม้สินค้าจะถูกกฎหมายในญี่ปุ่น แต่ยังถือว่ามีความเสี่ยงทางกฎหมายเมื่อนำกลับเข้าประเทศไทย และอาจถูกยึดหรือดำเนินคดีได้

     ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางภายหลังเพจประชาสัมพันธ์ของกรมศุลกากรเผยแพร่ข่าวการจับกุมผู้โดยสารชาวไทยหลายราย ซึ่งลักลอบนำเข้าไส้ยาสูบแบบให้ความร้อนจากประเทศญี่ปุ่นรวมกว่า 100,000 มวน เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดกระแสคอมเมนต์จำนวนมากจากประชาชนที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมาย การใช้งานจริงในต่างประเทศ ตลอดจนผลกระทบด้านสุขภาพและสังคม

     ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า หลายประเทศที่มีมาตรการด้านสาธารณสุขและระเบียบสังคมเข้มงวด กลับอนุญาตให้ใช้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภท Heat-Not-Burn อย่างถูกกฎหมาย ภายใต้ระบบภาษีและการควบคุมของรัฐ เนื่องจากมีข้อมูลวิจัยบางส่วนที่ระบุว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจก่อสารพิษน้อยกว่าบุหรี่มวน เพราะไม่มีการเผาไหม้โดยตรง ลดกลิ่นรบกวน และไม่มีเถ้าบุหรี่

     อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและหน่วยงานด้านสาธารณสุขหลายฝ่ายยังคงเตือนว่า ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดยังคงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ และการใช้งานควรอยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน

     ปัจจุบัน สถานะทางกฎหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนในประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนในเชิงปฏิบัติสำหรับ “ตัวไส้ยาสูบ” โดยยังถูกตีความเชื่อมโยงกับสินค้าต้องห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ผู้เดินทางจำนวนมากยังไม่มั่นใจว่าการนำเข้าปริมาณเล็กน้อยเพื่อใช้ส่วนตัวจะเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติศุลกากรหรือไม่

     นักวิเคราะห์มองว่า กระแสดราม่าครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง “ช่องว่างทางนโยบาย” ระหว่างเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ยาสูบยุคใหม่กับกฎหมายไทยที่ยังไม่ปรับตัวทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและมาตรฐานสากล ขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงความต้องการให้ภาครัฐออกแนวทางที่ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากขึ้น เพื่อลดปัญหาการลักลอบนำเข้าและความสับสนของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

     ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและภาษีศุลกากรแนะนำว่า ผู้เดินทางควรตรวจสอบข้อกฎหมายล่าสุดจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องก่อนนำผลิตภัณฑ์ใด ๆ เข้าประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎหมาย การถูกยึดสินค้า หรือการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากรของประเทศไทย


ลิ้งโพสจับกุมของศุลกากร

https://www.facebook.com/share/p/18YB4dAcy1


#บุหรี่ไฟฟ้า #HeatNotBurn #IQOS #ญี่ปุ่น #กรมศุลกากร #กฎหมายไทย #ยาสูบแบบให้ความร้อน #ข่าววันนี้ #นักท่องเที่ยว #Japan #Thailand #PMTA #พาณิชย์ #ศุลกากร #ข่าวโซเชียล

Read More
ศ.เอนก​ ร่วมเปิดเวที RUSH 2026 ยกระดับนักวิจัยไทยสู่การสร้างผลกระทบทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ศ.เอนก​ ร่วมเปิดเวที RUSH 2026 ยกระดับนักวิจัยไทยสู่การสร้างผลกระทบทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ศ.เอนก กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในการอบรมหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 นำร่องภาคเหนือ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก มุ่งยกระดับงานวิจัยมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สู่การใช้ประโยชน์จริง

RUSH ระยะที่ 2

     จังหวัดพิษณุโลก – สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับศักยภาพนักวิจัยไทย จัดการอบรม “หลักสูตร RUSH ระยะที่ 2” หรือ The Research Utilizations Program for Social Sciences and Humanities Phase II ณ จังหวัดพิษณุโลก มุ่งผลักดันงานวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สู่การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย ชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

     การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–8 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องปางอุบล โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว จังหวัดพิษณุโลก โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้โครงการ “การพัฒนาหลักสูตรเสริมศักยภาพและจรรยาบรรณด้านการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์”

     โครงการดังกล่าวนำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ ซึ่งมุ่งสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัย ผู้ใช้ประโยชน์ และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อยกระดับงานวิจัยไทยให้ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่

วช. ดัน “RUSH” สู่ภูมิภาคครั้งแรก

     การจัดอบรมครั้งนี้ถือเป็นการจัดในระดับภูมิภาคครั้งแรก หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดอบรมส่วนกลางในกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการขยายโอกาสและสร้างเครือข่ายนักวิจัยในพื้นที่ภาคเหนือ

     สำหรับพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นประธานกล่าวเปิดการอบรม

     ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนสาร เพ็งพุ่ม คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรมจากหลากหลายสถาบันทั่วประเทศ

ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชูแนวคิด “Researching Nation”

     ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การปาฐกถาพิเศษโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักวิจัยไทย

     ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าวว่า ประเทศไทยควรพัฒนาไปสู่ “Researching Nation” หรือสังคมที่ทุกคนเป็นนักวิจัย ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม

     โดยระบุว่า
     “ผมอยากจะให้คนไทยทั้งประเทศเป็นนักวิจัย เป็น Researching Nation คือทุกคนไม่ว่าทำอาชีพอะไรรีเสิร์ชหมด”

     พร้อมเสนอแนวคิดการ “คิดถอยหลัง” เพื่อมองหาโอกาสและเป้าหมายของประเทศ ก่อนย้อนกลับมาพัฒนาศาสตร์และองค์ความรู้ให้ตอบโจทย์อนาคต

     นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนกรอบความคิดของนักวิจัย จากการมุ่งมองปัญหา ไปสู่การสร้างโอกาสและความสำเร็จให้ประเทศ

     “ต้องปรุงแต่งให้เห็นความสำเร็จ เห็นโอกาส แทนที่จะไปปรุงแต่งให้เห็นเป็นปัญหา” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าว

หลักสูตร RUSH มุ่งสร้างงานวิจัยใช้ได้จริง

     หลักสูตร RUSH ถือเป็นหลักสูตรริเริ่มของประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการพัฒนางานวิจัยมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จากระดับแนวคิด สู่การนำไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งด้านนโยบายสาธารณะ การพัฒนาชุมชน การสร้างผลกระทบทางสังคม และเชิงพาณิชย์

     ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้ผ่านโมดูลสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ อาทิ

  • การประยุกต์ใช้และจริยธรรมการวิจัย
  • การพัฒนาโจทย์วิจัยด้วยเครื่องมือสมัยใหม่
  • การพัฒนางานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง
  • การประเมินผลลัพธ์และผลกระทบทางสังคม
  • การสื่อสารงานวิจัยเพื่อสร้างผลกระทบเชิงนโยบายและสังคม

มุ่งพัฒนางานวิจัยตอบโจทย์ 7 กลุ่มยุทธศาสตร์สำคัญของ วช.

     การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยที่สอดคล้องกับ 7 กลุ่มประเด็นสำคัญของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้แก่

  1. การพัฒนาสังคมคุณธรรม
  2. การเสริมสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน
  3. สังคมไทยไร้ความรุนแรง
  4. ความปลอดภัยทางถนน
  5. งานวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  6. การสร้างสรรค์วิชาการงานศิลป์
  7. การพัฒนาต่อยอดผลงานด้านศิลปกรรม

     หลังจบการอบรมแบบ On-site ผู้เข้าร่วมจะได้รับเวลา 1 เดือนในการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัย โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ก่อนเข้าสู่รอบ PitchPro ในเดือนกรกฎาคม 2569

     วช. คาดหวังว่า หลักสูตร RUSH จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้กับการพัฒนาประเทศ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยในระยะยาว

#วช #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ #RUSH2026 #เอนกเหล่าธรรมทัศน์ #มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม #งานวิจัยมนุษยศาสตร์ #วิจัยไทย #ResearchingNation #ข่าวการศึกษา #ข่าววิจัย #อว #ThailandResearch

Read More
กรมสรรพสามิต เตือนผู้ค้า “นิโคตินถุง” ห้ามขายออนไลน์ ฝ่าฝืนเสี่ยงคุก–ปรับ

กรมสรรพสามิต เตือนผู้ค้า “นิโคตินถุง” ห้ามขายออนไลน์ ฝ่าฝืนเสี่ยงคุก–ปรับ

กรมสรรพสามิต ยัน “นิโคตินถุง” มีแสตมป์ขายได้เสียภาษีสรรพสามิตถูกต้อง

นิโคตินถุง

     กรุงเทพมหานคร – พฤษภาคม 2569​ กรมสรรพสามิต ออกมายืนยันสถานะทางกฎหมายของ “นิโคตินถุง (Nicotine Pouch)” ว่าเป็น ผลิตภัณฑ์ที่สามารถจำหน่ายได้ตามกฎหมาย ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องเสีย ภาษีสรรพสามิต อย่างถูกต้อง มี แสตมป์สรรพสามิต และผู้จำหน่ายต้องได้รับ ใบอนุญาตจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบ อย่างครบถ้วน

     แหล่งข่าวจาก กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก กรมควบคุมโรค ดำเนินคดีต่อผู้จำหน่ายนิโคตินถุงในบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์และแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของสินค้า

     ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ได้เสนอเรื่องต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เพื่อพิจารณามาตรการควบคุมการจำหน่ายนิโคตินถุง อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิต ได้ชี้แจงต่อ สคบ. ว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังถือว่า ถูกต้องตามกฎหมายภาษีสรรพสามิต และอยู่ในหมวด ผลิตภัณฑ์ยาสูบ เช่นเดียวกับบุหรี่ทั่วไป

แหล่งข่าวระบุว่า “นิโคตินถุงเป็นสินค้าที่สามารถซื้อขายได้ตามกฎหมาย หากปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านภาษีและใบอนุญาต แตกต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย”

⚖️ เปรียบเทียบสถานะกฎหมาย (ปี 2569)

  • นิโคตินถุง (Nicotine Pouch) ✅ ถูกกฎหมาย
    • ต้องเสียภาษีสรรพสามิต
    • ต้องติดแสตมป์
    • ต้องมีใบอนุญาตขาย
  • บุหรี่ไฟฟ้า (E-Cigarette) ❌ ผิดกฎหมาย
    • ห้ามนำเข้า ตามประกาศของ กระทรวงพาณิชย์
    • ไม่อยู่ในระบบภาษีสรรพสามิต

📦 ลักษณะผลิตภัณฑ์ “นิโคตินถุง”

     นิโคตินถุง (Nicotine Pouch) เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในกลุ่มยาสูบรูปแบบใหม่ มีลักษณะเป็น ซองขนาดเล็ก ใช้สอดไว้ใต้ริมฝีปากหรือกระพุ้งแก้ม เพื่อให้ร่างกายดูดซึมนิโคตินผ่านเยื่อบุช่องปาก โดย ไม่ต้องเผาไหม้หรือเกิดควัน ทำให้สะดวกต่อการใช้งานในบางสถานการณ์

📜 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (อัปเดตล่าสุด)

     ผู้จำหน่ายและผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัด ได้แก่

🚫 มาตรา 27 (2)

  • ห้ามจำหน่ายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)
  • โทษ: จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

🚫 มาตรา 36 วรรค 1

  • ห้ามแสดงสินค้าในจุดขายให้เห็นชัดเจน
  • โทษ: ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

⚠️ มาตรา 36 วรรค 2

  • การแสดงชื่อและราคาต้องเป็นไปตามเกณฑ์
  • โทษ: ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

🏭 ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง

     ผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่จำหน่ายในประเทศไทย เช่น

  • โรงงานยาสูบแห่งประเทศไทย
  • บริษัทผลิตภัณฑ์ยาสูบจากต่างประเทศ

     ล้วนต้องปฏิบัติตามกฎหมายภาษีและกฎหมายควบคุมยาสูบอย่างครบถ้วน

📊 มุมมองเชิงนโยบาย

   กรมสรรพสามิต ย้ำว่า “นิโคตินถุง” ยังคงอยู่ในระบบกำกับดูแลของภาครัฐ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยการกำกับดูแลจะเน้นทั้ง

  • การจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้อง
  • การควบคุมการเข้าถึงของผู้บริโภค
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

🔎 สรุป 

  • นิโคตินถุง “ถูกกฎหมาย” หรือไม่? 👉 ถูกกฎหมาย หากมีแสตมป์และใบอนุญาต
  • ขายออนไลน์ได้หรือไม่? 👉 ไม่ได้ ผิดกฎหมาย
  • ต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างไร? 👉 บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย แต่นิโคตินถุงอยู่ในระบบภาษี
Read More
เพชรบุรีดันอาหารไทยสู่โลก! จัดเทศกาลใหญ่ริมทะเลชะอำ สร้างรายได้ชุมชนยั่งยืน

เพชรบุรีดันอาหารไทยสู่โลก! จัดเทศกาลใหญ่ริมทะเลชะอำ สร้างรายได้ชุมชนยั่งยืน

 

เทศกาลอาหารชะอำ–เพชรบุรี ครั้งที่ 4 เปิดแล้ว! รวมของดี GI กว่า 60 บูธ ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เทศกาลอาหารชะอำ-เพชรบุรี​ ครั้งที่ 4

     เพชรบุรี – สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์รับปี 2569 จัดงานใหญ่​ “เทศกาลอาหารชะอำ–เพชรบุรี Soft Power And Food Festival ครั้งที่ 4” ระหว่างวันที่ 2–5 เมษายน 2569 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี​ มุ่งยกระดับ “อาหารไทย–วัฒนธรรมท้องถิ่น” สู่เวทีโลก พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

📌 เพชรบุรี เมืองอาหารสร้างสรรค์ระดับโลก

     การจัดงานครั้งนี้สอดรับนโยบายรัฐบาลในการผลักดัน Soft Power ไทย โดยเฉพาะด้านอาหาร ซึ่งจังหวัดเพชรบุรีเป็นหนึ่งในเครือข่าย.เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO (UNESCO Creative Cities Network – Gastronomy)
     โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์ “เมือง 3 รส” ได้แก่

  • รสเปรี้ยวจาก มะนาวแป้นเพชรบุรี
  • รสหวานจาก น้ำตาลโตนด GI เพชรบุรี
  • รสเค็มจาก เกลือทะเลบ้านแหลม

📌 ไฮไลต์งาน: รวมของดี GI และวัฒนธรรมไทย

    ภายในงานรวบรวมร้านอาหารและผู้ประกอบการท้องถิ่นกว่า 60 บูธ นำเสนอเมนูขึ้นชื่อและสินค้า GI อาทิ

  • ชมพู่เพชรสายรุ้ง
  • มะนาวเพชรบุรี
  • น้ำตาลโตนด
  • ขนมหม้อแกง
  • กล้วยหอมทองเพชรบุรี

    พร้อมกิจกรรมหลากหลาย เช่น

  • สาธิตการทำอาหารพื้นถิ่น
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรม เช่น ละครชาตรี และหนังใหญ่
  • งานหัตถศิลป์ไทย
  • ประสบการณ์ท่องเที่ยว “เมือง 3 ทะเล 3 วัง”

📌 หนุนเศรษฐกิจฐานราก–ท่องเที่ยวไทย

     นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ระบุว่า
งานนี้เป็นกลไกสำคัญในการ เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และยกระดับสินค้า GI ให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและนานาชาติ
พร้อมเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและมรดกโลก เช่น อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

📌 เชิญเที่ยวชะอำ เม.ย. 2569

     สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ.ร่วมสัมผัสเสน่ห์อาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชน​ ในงาน เทศกาลอาหารชะอำ–เพชรบุรี ครั้งที่ 4​ ระหว่างวันที่ 2–5 เมษายน 2569 ณ ชายหาดชะอำ

Read More
CAAT–กองทัพ–กทม. ร่วมเวทีโดรนกู้ภัย ชูมาตรฐานบินปลอดภัย รับมือวิกฤต

CAAT–กองทัพ–กทม. ร่วมเวทีโดรนกู้ภัย ชูมาตรฐานบินปลอดภัย รับมือวิกฤต

ซิสทรอนิกส์ จัดงาน “โดรน | งาน | ใหญ่” ภายใต้แนวคิด “ปีกเล็ก ใจใหญ่ กู้ภัยเพื่อมวลชน (Small Wings, Giant Lifesaving)” รวมผู้เชี่ยวชาญด้านกู้ภัย หน่วยงานรัฐ และภาคการบิน ถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อรับมือภัยพิบัติ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

     เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 บริษัทซิสทรอนิกส์ จำกัด นำโดย อัศวรรณ์ เรืองชู กรรมการผู้จัดการ จัดงานเสวนาและแสดงเทคโนโลยีโดรนครั้งใหญ่ของปี โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานสำคัญทั้งภาครัฐ กองทัพ และหน่วยงานกำกับดูแลการบิน ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากภารกิจช่วยชีวิตในสถานการณ์วิกฤต

🚁 โดรนกู้ภัย เทคโนโลยีสำคัญในยุคภัยพิบัติ

     ภายในงานมีการบรรยายและเสวนาเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งานโดรนในภารกิจต่าง ๆ เช่น

  • แผ่นดินไหวและอาคารถล่ม
  • อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
  • ไฟป่าภาคเหนือ
  • เหตุสารเคมีรั่วไหล

     พร้อมอัปเดตกฎหมายและมาตรฐานการบินโดรน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามข้อกำหนดของ CAAT

🎤 รวมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ถ่ายทอดประสบการณ์จริง

    งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ 4 หน่วยงานหลัก ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้แก่

  • ผู้แทนจาก CAAT ด้านมาตรฐานอากาศยานไร้คนขับ
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านดับเพลิงและกู้ภัยจากกรุงเทพมหานคร
  • ตัวแทนกองทัพภาคที่ 3 ด้านการควบคุมไฟป่า
  • ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ด้านอุทกภัยและค้นหา

     สะท้อนบทบาทโดรนใน “ภารกิจช่วยชีวิต” ที่ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีและประสบการณ์ภาคสนาม

🤖 โชว์นวัตกรรมโดรน–หุ่นยนต์อัจฉริยะ

     ภายในงานยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีจากแบรนด์ระดับโลก เช่น

  • DJI Enterprise และ DJI Delivery
  • JOUAV
  • Unitree Robotics

     รวมถึงโดรนสำหรับ

  • งานสำรวจพื้นที่
  • ขนส่งเวชภัณฑ์
  • ภารกิจกู้ภัยในพื้นที่เสี่ยง

     และหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถสนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

🌏 เทรนด์ “Drone for Disaster Response” กำลังมาแรง

     การจัดงานครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญของโลก ที่นำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในงานบรรเทาสาธารณภัย (Disaster Response) มากขึ้น เนื่องจาก

  • เข้าถึงพื้นที่อันตรายได้รวดเร็ว
  • ลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่
  • เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและช่วยชีวิต

     ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และระบบจัดการภัยพิบัติยุคใหม่

📌 สรุป

     งานโดรนกู้ภัยคืออะไร?
→ งานรวมเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านโดรนเพื่อช่วยชีวิตในภัยพิบัติ

    จัดที่ไหน?
→ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

     มีหน่วยงานไหนร่วม?
→ CAAT กองทัพ และหน่วยกู้ภัย

    สำคัญอย่างไร?
→ เป็นเทคโนโลยีหลักในการรับมือภัยพิบัติยุคใหม่

Read More
สายมูห้ามพลาด ป่อเต็กตึ๊งอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้สักการะกลางกรุง

สายมูห้ามพลาด ป่อเต็กตึ๊งอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้สักการะกลางกรุง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเชิญชวนประชาชนร่วมสักการะ “เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” จากหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 19–22 มีนาคม 2569 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมร่วมพิธีแห่อัญเชิญองค์เจ้าแม่ผ่านเยาวราช

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ ขอเชิญศิษยานุศิษย์และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสักการะ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากหาดใหญ่ พร้อมสักการะ องค์หลวงปู่ไต้ฮงโจวซือ องค์ฮกเต็กแป๊ะกง และองค์นาจาไท้จื้อ (เทพโกมินทร์) ระหว่างวันที่ 19 – 22 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ บริเวณลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพมหานคร

กำหนดการอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ปี 2569

  • วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569
    เวลาประมาณ 17.00 น. คณะอัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจะเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร พร้อมเคลื่อนขบวนผ่านบริเวณ วงเวียนโอเดียน ไปตามถนน เยาวราช และถนนเจริญกรุง ก่อนเข้าสู่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย
    จากนั้นจะเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น.

  • วันศุกร์ที่ 20 – วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569
    เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น.

  • วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569
    เวลาประมาณ 18.00 น. จะมีพิธีส่งองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกลับสู่หาดใหญ่

ความศรัทธาต่อเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

     เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นเทพสตรีที่ชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก โดยเฉพาะในจังหวัด ปัตตานี ซึ่งทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย หรือวันเพ็ญเดือน 3 ตามจันทรคติไทย จะมีการจัดงานสมโภชเจ้าแม่อย่างยิ่งใหญ่

     ผู้ที่เดินทางไปจังหวัดปัตตานีสามารถไปสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวได้ที่ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง ถนนอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีองค์จำลองของเจ้าแม่ประดิษฐานอยู่ รวมทั้งบริเวณ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปกราบไหว้และบนบานศาลกล่าว โดยเชื่อกันว่าหลายคนประสบความสำเร็จและสมหวังตามคำอธิษฐาน

ประเพณีอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมายังกรุงเทพฯ

     ทุกปีในช่วง วันชิวอิก ถึงวันชิวสี่ ของเดือนที่ 2 ตามปฏิทินจีน หรือประมาณ 1 เดือนหลังเทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ จะอัญเชิญ องค์จำลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่ มาประดิษฐานที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย เพื่อให้ประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางไปจังหวัดปัตตานีหรือจังหวัดสงขลา ได้มีโอกาสสักการะบูชา

เครื่องสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

     สำหรับการสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว นอกจากธูป เทียน และเครื่องกระดาษแล้ว เชื่อกันว่าเจ้าแม่โปรด ผ้าแพรสีแดงหรือสีชมพู และสร้อยมุก

     ประเพณีการบูชาสร้อยมุกคือ เมื่ออธิษฐานต่อองค์เจ้าแม่แล้ว ให้นำ สร้อยมุก 2 เส้น คล้องที่พระศอขององค์เจ้าแม่ จากนั้นนำกลับมา 1 เส้น เพื่อนำไปบูชาที่บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว

     ภายในงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดเตรียมชุดสักการะไว้บริการประชาชน ประกอบด้วย

  • สร้อยมุก 2 เส้น

  • พวงมาลัย

  • ขนมมงคล

  • ชุดกระดาษพร้อมธูป-เทียน

     เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมสักการะ

ช่องทางติดต่อมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

     ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารกิจกรรมสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่

     ภายใต้ปณิธานขององค์กร

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

Read More

ช่อง copthai tv สถานีทีวีตำรวจ

Sponsor

AD BANNER