สายมูห้ามพลาด! ตรุษจีนศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ เปิดพิธีสวดชัยมงคล “พะเก่ง” ขอพรเฮงตลอดปี

สายมูห้ามพลาด! ตรุษจีนศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ เปิดพิธีสวดชัยมงคล “พะเก่ง” ขอพรเฮงตลอดปี

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้.. ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานเทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (องค์ไต้ฮงกง) ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) หนึ่งปีมีครั้งเดียว! เฮง เฮง เฮง ตลอดปีม้าทอง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ ตรุษจีน

     กรุงเทพฯ – มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชนทั่วประเทศ ร่วมงานเทศกาลตรุษจีนประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง (หลวงปู่ไต้ฮง) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 16 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้บรรยากาศแห่งความศรัทธาและความเป็นสิริมงคล ต้อนรับปีมะเมีย (ปีม้าทอง)

     ภายในงานเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วม สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (องค์ไต้ฮงกง) และร่วมพิธีสำคัญประจำปี ได้แก่ การลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” ซึ่งถือเป็นพิธีมหามงคลที่จัดขึ้น เพียงปีละ 1 ครั้ง โดยเปิดให้ร่วมทำบุญพะเก่ง รายการละ 20 บาท ตามศรัทธา เพื่อเสริมสิริมงคลในด้านต่าง ๆ อาทิ

  • แกหมึ่งเก่ง ขอให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

  • ปออุ่งเก่ง สะเดาะเคราะห์

  • คิ่วไฉ่เก่ง เสริมโชคลาภเงินทอง

  • ส่วยกุงเก่ง เสริมดวงชะตา

  • กึงกีเก่ง เสริมความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง

     นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมทำบุญเสริมดวงกับ รูปปั้นนักษัตรปีมะเมีย รับประทาน สาคูสิริมงคล เพื่อความกลมเกลียว อัญเชิญ ฮู้แดง (ยันต์หลวงปู่ไต้ฮง) ไปประทับบ้านหรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง เคาะ ระฆังทอง เสริมการงานและชีวิตให้รุ่งเรือง รวมถึงร่วม พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเทพยดาฟ้าดิน เนื่องในวันประสูติ “ทีกงแซ” ซึ่งในปีนี้ตรงกับ วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

    สำหรับวันที่ 16 และ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดบริการให้ประชาชนร่วมพิธี ตลอดคืน (โต้รุ่ง) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีจิตศรัทธา

     ทั้งนี้ มูลนิธิฯ เปิดให้ประชาชน ลงชื่อสวดพะเก่งล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่

  1. ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถนนพลับพลาไชย

  2. พะเก่งออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์

     ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียด กำหนดการ และรับชมถ่ายทอดสดพิธีสำคัญตลอดช่วงเทศกาล ได้ทาง เฟซบุ๊กแฟนเพจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1418

     อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานจำนวนมาก อาจส่งผลต่อการจราจรในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ ถนนพลับพลาไชย ถนนเจ้าคำรพ ถนนมังกร ถนนหลวง และถนนเสือป่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

ตรุษจีนปีมะเมีย ขอให้มั่งมีศรีสุขตลอดปี
Read More
“บ๊อบ ทูน หิรัญทรัพย์” หนุนท่องเที่ยวชุมชน พาเยือนวัดถ้ำบาดาล Unseen มวกเหล็ก สระบุรี​ โชว์ของดีแบรนด์ “ทูนหัว” ดูแลสายบุญ

“บ๊อบ ทูน หิรัญทรัพย์” หนุนท่องเที่ยวชุมชน พาเยือนวัดถ้ำบาดาล Unseen มวกเหล็ก สระบุรี​ โชว์ของดีแบรนด์ “ทูนหัว” ดูแลสายบุญ

“บ๊อบ ทูน หิรัญทรัพย์” แท็กทีมกัลยาณมิตร บุกมวกเหล็ก เช็กอินพิกัด Unseen วัดถ้ำบาดาล พร้อมส่งต่อไอเทมเด็ดแบรนด์ “ทูนหัว” ดูแลสายบุญทั่วไทย

ทูนหัว

     สระบุรี – “บ๊อบ – ทูน หิรัญทรัพย์” พระเอกระดับตำนานขวัญใจชาวไทยยุค 80s–90s ลงพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พร้อมกัลยาณมิตรในพื้นที่ เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและแหล่งท่องเที่ยว Unseen ของชุมชน โดยมี ดาบตำรวจทิวากร สังฆะมณี ชุดชุมชนสัมพันธ์ สายตรวจตำบลลำพญากลาง สถานีตำรวจภูธรมวกเหล็ก และ นายวิชัย เปาวิมาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง ร่วมให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

     การลงพื้นที่ครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการเข้ากราบนมัสการ พระอาจารย์แก้ว อริยวํโส เจ้าอาวาสวัดถ้ำบาดาล เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเยี่ยมชมไฮไลท์สำคัญของพื้นที่ ได้แก่ “ถ้ำวงกตอธิบดีเวสสุวรรณ” แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาสุด Unseen ที่ประดิษฐานท้าวเวสสุวรรณหนึ่งเดียวในประเทศไทย ท่ามกลางความงดงามของหินงอกหินย้อยใต้พิภพ ซึ่งผู้มาเยือนต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางทดสอบทั้งพลังกายและพลังศรัทธา

     บ๊อบ ทูน หิรัญทรัพย์ เปิดเผยความประทับใจว่า การมาเยือนตำบลลำพญากลางในครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจ ทั้งบรรยากาศของชุมชน การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้นำท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตอย่าง ไร่ธนิสราฟาร์ม คาเฟ่ ซึ่งสะท้อนเสน่ห์คาวบอยเมืองไทยได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน วัดถ้ำบาดาลก็เป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสำหรับสายบุญที่ต้องการสัมผัสศรัทธาใต้พิภพด้วยตนเองสักครั้งในชีวิต

     นอกจากนี้ บ๊อบ ทูน หิรัญทรัพย์ ยังได้แนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจากแบรนด์ “ทูนหัว” ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางและสายบุญโดยเฉพาะ อาทิ ทูนหัว ครีมนวดสปา สูตรเข้มข้น และ ตำหนักไทย น้ำมันนวดสมุนไพร ที่มีให้เลือกถึง 5 สูตร 5 กลิ่น ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย วิงเวียน และดูแลร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจัดจำหน่ายในรูปแบบเซ็ต เหมาะสำหรับใช้เองหรือมอบเป็นของฝากเพื่อสุขภาพ

     สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลลำพญากลาง รวมถึงรายละเอียดผลิตภัณฑ์แบรนด์ทูนหัว สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่เพจ “ลำพญากลางบ้านฉัน”

▪︎ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แบรนด์ “ทูนหัว”

     ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ พัฒนาจากวัตถุดิบคุณภาพ เน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน แบ่งเป็น

  • ทูนหัว ครีมนวดสปา: สูตรมาตรฐาน เนื้อโลชั่นซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความเย็นสบาย ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการเดินทาง

  • ตำหนักไทย น้ำมันนวดสมุนไพร: 5 สูตร 5 กลิ่น ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียน ไมเกรน มือชา เท้าชา เหมาะสำหรับพกพาและเป็นของขวัญ

     ติดตามและสั่งซื้อได้ที่ TikTok: toonhua45

▪︎ เกี่ยวกับวัดถ้ำบาดาล อำเภอมวกเหล็ก

     วัดถ้ำบาดาล จังหวัดสระบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา Unseen ไฮไลท์สำคัญคือ ถ้ำวงกตอธิบดีเวสสุวรรณ และ ถ้ำบาดาลที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าปางปรินิพพานใต้พิภพ การเดินทางต้องใช้ทั้งรถและการเดินเท้าผ่านธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายบุญและสายลุย

Read More
การเมืองปากช่องเดือด เคนปากช่อง จับมือ เคนโด้ ปราศรัยใหญ่หวังยึดฐานเสียง

การเมืองปากช่องเดือด เคนปากช่อง จับมือ เคนโด้ ปราศรัยใหญ่หวังยึดฐานเสียง

"เคนปากช่อง" เปิดเวทีโค้งสุดท้าย! "เคนโด้" ปราศรัยเดือด ประกาศลั่น "เลิกทาสนายทุน" หวังยึดฐานเสียงปากช่อง-โคราช​ (นครราชสีมา)

เคนโด้

     นครราชสีมา – บรรยากาศการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายในพื้นที่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นไปอย่างคึกคักและเข้มข้น เมื่อ นายพิศณุพงศ์ สิทธิโชคแก้วมูล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เคนปากช่อง” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 14 จังหวัดนครราชสีมา เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ สวนสาธารณะเขาแคน เพื่อพบปะประชาชนและนำเสนอนโยบายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนในพื้นที่อำเภอปากช่องและพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก สะท้อนความสนใจและการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในช่วงใกล้วันลงคะแนนเสียง

     นายพิศณุพงศ์ สิทธิโชคแก้วมูล หรือ “เคนปากช่อง” ซึ่งเป็นผู้สมัครที่มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ ได้ชูนโยบายด้านเศรษฐกิจและการเกษตร โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนให้เกษตรกร อาทิ นโยบายประกันราคาข้าวสารตันละ 15,000 บาท และ ปุ๋ยราคาประหยัดจากภาครัฐ กระสอบละ 500 บาท พร้อมผลักดันแนวคิดการยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมเวทีเป็นอย่างมาก

     ขณะที่อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเวที คือการขึ้นปราศรัยของ “เคนโด้” รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ใช้ลีลาการพูดอย่างเข้มข้นและตรงประเด็น โดยเน้นย้ำถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของประชาชน พร้อมประกาศจุดยืนบนเวทีว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้อง “เลิกทาสนายทุน” และเรียกร้องให้การเมืองกลับมาอยู่ในมือของประชาชนอย่างแท้จริง

     “การเมืองต้องทำเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย ไม่ใช่เพื่อกลุ่มทุน ปากช่องต้องเปลี่ยน โคราชต้องเปลี่ยน และอำนาจต้องเป็นของประชาชน” เคนโด้ กล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากผู้เข้าร่วมเวที

     การเปิดเวทีปราศรัยในช่วงโค้งสุดท้ายครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของผู้สมัครในการตอกย้ำจุดยืนทางนโยบาย สร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานเสียงเดิม และเข้าถึงกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจ โดยทีมงานประเมินว่ากระแสตอบรับจากเวทีดังกล่าวอาจมีผลต่อทิศทางคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

     สำหรับการเลือกตั้งในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งประชาชนจะใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อคัดเลือกผู้แทนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป

Read More
ปส.อว.​ ปรมาณูเพื่อสันติ ศึกษาการจัดการกากกัมมันตรังสี เพื่อความปลอดภัยประชาชนตามมาตรฐาน​ ณ​ สหรัฐอเมริกา

ปส.อว.​ ปรมาณูเพื่อสันติ ศึกษาการจัดการกากกัมมันตรังสี เพื่อความปลอดภัยประชาชนตามมาตรฐาน​ ณ​ สหรัฐอเมริกา

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. เจาะลึกโมเดลจัดการกากกัมมันตรังสี ยกระดับการกำกับดูแลเพื่อความปลอดภัยประชาชนตามมาตรฐานระดับโลก

     สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ โดย นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และรักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ นำคณะข้าราชการ ปส. เดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการกำกับดูแลและการบริหารจัดการ กากกัมมันตรังสี ณ สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 26–29 มกราคม 2569 เพื่อเรียนรู้แนวปฏิบัติจากประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

     การศึกษาดูงานในครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองประชาชนของประเทศไทย ผ่านการเรียนรู้จากหน่วยงานสำคัญระดับโลก 3 แห่ง ได้แก่

  1. Brookhaven National Laboratory (BNL) ห้องปฏิบัติการวิจัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา

  2. Barnwell Low-Level Radioactive Waste (LLW) Facility หนึ่งใน 4 สถานที่ขจัดกากกัมมันตรังสีระดับต่ำที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ รองรับกากกัมมันตรังสีจากงานวิจัย การแพทย์ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

  3. South Carolina Waste Management Regulatory Office หน่วยงานหลักด้านการกำกับดูแลการจัดการกากกัมมันตรังสีและของเสียของรัฐเซาท์แคโรไลนา

     จากการศึกษาดูงานดังกล่าว สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้รับองค์ความรู้เชิงลึกและประสบการณ์ตรงจากสถานปฏิบัติการจริง ครอบคลุมกระบวนการสำคัญตั้งแต่การคัดแยก การขนส่ง การจัดเก็บ และการขจัดกากกัมมันตรังสีอย่างปลอดภัย รวมถึงกลไกการกำกับดูแลที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก

     นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ รวมถึงการขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับระบบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และทัดเทียมมาตรฐานสากลในระยะยาว

Read More
ไทยรั้งอันดับ 107 โลก “เสี่ยโก้” บุกเวทีดีเบต ถามแผนจัดการคอร์รัปชันจากแคนดิเดตนายกฯ

ไทยรั้งอันดับ 107 โลก “เสี่ยโก้” บุกเวทีดีเบต ถามแผนจัดการคอร์รัปชันจากแคนดิเดตนายกฯ

"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยม 3 สถาบัน เยี่ยมเวทีดีเบต "ศึกเปลี่ยนประเทศ" พบแคนดิเดตนายกฯ พร้อมฝากแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไทยที่ติดอันดับ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก

     วันนี้ (29 มกราคม 2569) รายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางช่อง 8 จัดเวทีดีเบตครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ “ศึกเปลี่ยนประเทศ” เปิดพื้นที่ให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก 8 พรรคการเมือง ร่วมนำเสนอนโยบายและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางประเทศ ณ M SKY PARK ชั้น M เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมาก

     บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเปิดโอกาสให้ บุคคลสาธารณะและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด ร่วมตั้งคำถามแทนประชาชน เพื่อทดสอบวิสัยทัศน์และความพร้อมของผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำประเทศแบบสด ๆ บนเวที

     ในโอกาสนี้ นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ หรือ “เสี่ยโก้” โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมระดับเอเชียจาก 3 สถาบัน และผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่โปรโมเตอร์เวทีลุมพินี เดินทางมาร่วมรับฟังและมีส่วนร่วมในเวทีดีเบตดังกล่าว โดยได้ตั้งคำถามตรงถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทุกพรรค เกี่ยวกับ นโยบายการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของประเทศไทย

     ทั้งนี้ นายก่อเกียรติ อ้างอิงข้อมูลดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ซึ่งระบุว่า ประเทศไทยถูกจัดอยู่อันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ได้คะแนน 34 จาก 100 คะแนน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 43 คะแนน พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า

“หากพรรคของท่านได้รับโอกาสบริหารประเทศ จะมีมาตรการใดในการจัดการปัญหาคอร์รัปชัน และสามารถนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการลงโทษได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน หรือ 6 เดือนหรือไม่ และจะทำอย่างไรให้เกิดผลเป็นรูปธรรม”

     ก่อนเริ่มเวทีดีเบต นายก่อเกียรติยังได้มอบ ดอกไม้และเอกสารประกอบการร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ในกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินโครงการและการใช้งบประมาณของหน่วยงานและบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง ให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากหลายพรรคการเมือง เพื่อผลักดันให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใสตามกระบวนการของรัฐ

    การเข้าร่วมของ “เสี่ยโก้” ในเวที ศึกเปลี่ยนประเทศ ครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของภาคประชาชนและบุคคลสาธารณะในการร่วมขับเคลื่อนประเด็น ความโปร่งใส การต่อต้านคอร์รัปชัน และการปฏิรูปการเมืองไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่สังคมกำลังจับตามองก่อนการเลือกตั้งครั้งถัดไป

Read More
จากใต้ดินสู่ระบบภาษี เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เสนอโมเดลคุมเข้มทุกมิติ

จากใต้ดินสู่ระบบภาษี เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เสนอโมเดลคุมเข้มทุกมิติ

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าผนึกกำลัง หนุนแนวคิดวิน-วินทุกฝ่าย
ดันบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นบนดิน เยาวชนได้รับการปกป้อง ผู้บริโภคมั่นใจสินค้าคุณภาพ รัฐคุมเข้มได้-เพิ่มรายได้ภาษี

    เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนแนวคิดการปรับสถานะบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้าสู่ระบบกฎหมาย ภายใต้การควบคุมของรัฐอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างผลลัพธ์แบบ “วิน-วิน” ทุกฝ่าย ทั้งการปกป้องเยาวชน ความปลอดภัยของผู้บริโภค และการเพิ่มรายได้ภาษีให้กับประเทศ

    กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการหาเสียงเลือกตั้ง หลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ เสนอแนวคิดให้ดึงบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันยังถือว่าผิดกฎหมายในประเทศไทย ขึ้นมาอยู่บนดิน พร้อมจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้อง โดยกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้า คุณภาพสินค้า การขึ้นทะเบียนผู้ขาย และการออกใบอนุญาตร้านค้าอย่างเป็นระบบ รวมถึงการห้ามจำหน่ายให้เด็กและเยาวชนอย่างเด็ดขาด พร้อมบทลงโทษที่เข้มงวด

     นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เปิดเผยว่า เครือข่ายสนับสนุนการเลิกสูบบุหรี่ และไม่ต้องการเห็นเด็กและเยาวชนใช้บุหรี่ทุกประเภท แต่ยอมรับว่าปัจจุบันยังมีคนไทยจำนวนมากที่สูบบุหรี่มวนอยู่ ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกว่า 90 ประเทศ อนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกหนึ่งภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ

     นายอาสา ระบุว่า การห้ามบุหรี่ไฟฟ้าแบบเบ็ดเสร็จ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง เพราะทำให้เกิดตลาดใต้ดินที่รัฐไม่สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้ ส่งผลให้มีการแต่งกลิ่น สี และรสชาติที่ดึงดูดเยาวชน รวมถึงเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารอันตราย

     เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าจึงเสนอให้ใช้แนวทางการควบคุมแทนการแบน เช่น

  • ระบบใบอนุญาตผู้ขายและร้านค้า

  • การกำหนดอายุผู้ซื้อและผู้ใช้

  • การควบคุมมาตรฐานการผลิตและคุณภาพสินค้า

  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ฝ่าฝืน โดยเฉพาะการขายให้เยาวชน

     นอกจากนี้ ยังมองว่าการปรับกฎหมายสามารถต่อยอดภาคเกษตรกรรมยาสูบ โดยนำใบยาสูบมาสกัดนิโคตินเหลวอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรไทย

     “หากสามารถแก้ไขพระราชบัญญัติยาสูบ ดึงบุหรี่ไฟฟ้าจากระบบใต้ดินขึ้นมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเหมือนบุหรี่มวน ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ ทั้งการควบคุมเยาวชน รายได้ภาษีของรัฐ และความปลอดภัยของผู้บริโภค” นายอาสากล่าวทิ้งท้าย

Read More
เดือดการเมือง! IO ถล่ม “เคนโด้” หลังชูนโยบายเอาจริง คดีโกงประชาชนถึงขั้นประหาร

เดือดการเมือง! IO ถล่ม “เคนโด้” หลังชูนโยบายเอาจริง คดีโกงประชาชนถึงขั้นประหาร

พีค! มิจฉาชีพรวมตัว "สกัดดาวรุ่ง" เคนโด้ ไม่ให้เป็น สส. คาดกลัวดันกฎหมาย "ประหารชีวิตคนโกง"

สกัดดาวรุ่ง​ เคนโด้

     ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงใกล้การเลือกตั้ง พบกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อมูลโจมตีบนสื่อสังคมออนไลน์ที่พุ่งเป้าไปยัง นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือที่รู้จักในชื่อ “เคนโด้” อดีตผู้ประกาศข่าวและนักเคลื่อนไหวด้านการเปิดโปงกลโกง ซึ่งปัจจุบันประกาศตัวลงสู่สนามการเมืองอย่างเป็นทางการในนามผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)

     รายงานจากแหล่งข่าวในแวดวงการเมืองและความมั่นคงด้านไซเบอร์ ระบุว่า เริ่มตรวจพบลักษณะการสื่อสารที่เข้าข่าย ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations: IO) และ ข่าวปลอม (Fake News) ที่มีเนื้อหาบิดเบือนโจมตีตัวบุคคล ทั้งการตัดต่อข้อความ สร้างประเด็นเท็จ และขยายผลผ่านบัญชีผู้ใช้จำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกัน

     แหล่งข่าววิเคราะห์ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดแรงต้าน อาจมาจาก จุดยืนเชิงนโยบายของเคนโด้ ที่ประกาศชัดถึงการยกระดับการปราบปรามคดีฉ้อโกงประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะข้อเสนอให้ทบทวนกฎหมาย เพิ่มโทษคดีโกงในระดับสูง และการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่เขาระบุว่าสอดคล้องกับทิศทางของ พรรครวมไทยสร้างชาติ

    รายงานข่าวยังระบุว่า กลุ่มที่เคยตกเป็นคู่ขัดแย้งจากการทำงานเปิดโปงคดีในอดีต รวมถึงเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ อาจเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับบทบาททางการเมืองของเคนโด้ และแสดงความกังวลต่อการผลักดันกฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต หากเขาได้รับเลือกตั้งเข้าสภา

     ด้าน เคนโด้ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า รับทราบถึงกระแสโจมตีดังกล่าว และยืนยันว่าจะเดินหน้าลงพื้นที่พบประชาชนตามปกติ พร้อมย้ำจุดยืนว่า

“การฉ้อโกงประชาชนสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างร้ายแรง กฎหมายต้องเข้มแข็งและบังคับใช้อย่างเป็นธรรม”

     เขายังระบุว่า การตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมือง มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ระบบยุติธรรมและกลไกรัฐสามารถปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ทั้งนี้ เคนโด้ได้เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยสนับสนุนแนวทางการเมืองที่เน้นความสุจริต โปร่งใส และการบริหารประเทศตามหลักนิติธรรม พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามแนวนโยบายของพรรค

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังคงต้องติดตามว่ากระแสบนโลกออนไลน์จะส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด

Read More

ช่อง copthai tv สถานีทีวีตำรวจ

Sponsor

AD BANNER