รวมเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์โรงแรมจากกว่า 1,500 โรงงาน ในงานใหญ่แห่งปี 2569

รวมเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์โรงแรมจากกว่า 1,500 โรงงาน ในงานใหญ่แห่งปี 2569

“พงศ์เทพ เทพกาญจนา” เปิดมหกรรมวัสดุก่อสร้างฯ 2569 ดึง 1,500 โรงงานไทย-จีน สร้างโอกาสการลงทุน

มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์

     นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมผู้ประกอบการกว่า 1,500 โรงงานจากไทยและจีน เชื่อมโยงการลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่ออนาคตอุตสาหกรรมก่อสร้างและการท่องเที่ยว

อดีตรองนายกรัฐมนตรีเปิดเวทีความร่วมมือไทย-จีน ดันธุรกิจก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์โรงแรมสู่อนาคต

     เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ณ HALL 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569” ท่ามกลางผู้ประกอบการ นักลงทุน นักธุรกิจไทย-จีน สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

     ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก มิสเตอร์เซียว กั๋ว กัง ประธานสมาคมส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าไทย-จีน อาเซียน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย นายสุวโรจน์ สุรักทวี ประธานบริษัท ฟัลครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนหอการค้าจากมณฑลหูหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนภาคธุรกิจและองค์กรพันธมิตรจากทั้งประเทศไทยและประเทศจีนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

“พงศ์เทพ เทพกาญจนา” ชี้เวทีสำคัญเชื่อมการลงทุนและนวัตกรรมไทย-จีน

     นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานมหกรรมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมด้านวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์โรงแรมเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน

    “งานมหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569 จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนระหว่างนักธุรกิจไทยและจีน รวมถึงนักลงทุนจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมเปิดมุมมองใหม่ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และต่อยอดโอกาสสู่ตลาดระดับสากล”

ฟัลครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป ดึงกว่า 1,500 โรงงานไทย-จีน ร่วมโชว์นวัตกรรมแห่งอนาคต

     ด้าน นายสุวโรจน์ สุรักทวี ประธานบริษัท ฟัลครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด

“เปิดโลกเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนาคตแห่งการก่อสร้าง”

     เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และเทคโนโลยีด้าน Smart Living อย่างครบวงจร

     ภายในงานมีผู้ประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 1,500 แห่ง จากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน นำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมล่าสุดมาจัดแสดง ครอบคลุมทั้ง

  • วัสดุก่อสร้างสมัยใหม่
  • ระบบบ้านอัจฉริยะ (Smart Home)
  • เฟอร์นิเจอร์ยุคใหม่
  • เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยแห่งอนาคต
  • อุปกรณ์และเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจโรงแรม
  • ระบบประหยัดพลังงานและอาคารอัจฉริยะ

     “ความร่วมมือระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมจีนกว่า 1,500 แห่ง และผู้ประกอบการไทยครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ของทั้งสองประเทศ พร้อมสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนในระยะยาว” นายสุวโรจน์กล่าว

“โภคิน พลกุล” เชื่อมั่นไทยก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์อาเซียน

     ขณะที่ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า งานมหกรรมครั้งนี้จะเป็นศูนย์กลางแห่งโอกาสทางธุรกิจที่ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์โรงแรมของไทยให้เติบโตในระดับนานาชาติ

     “ประเทศไทยและจีนต่างมีจุดแข็งที่สามารถเกื้อหนุนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผสานความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศจะช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

เวทีเสวนาธุรกิจและนวัตกรรม ไฮไลต์สำคัญของงาน

     อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญภายในงาน คือ เวทีเสวนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการ ระหว่างเวลา 14.00–17.30 น. เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และนักลงทุนได้นำเสนอสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่โดดเด่นต่อกลุ่มลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

     กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก และเป็นอีกช่องทางสำคัญในการสร้างเครือข่ายธุรกิจและขยายโอกาสทางการค้าในอนาคต

เชิญร่วมงาน 3–5 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

     ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569” ได้ระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2569HALL 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

     เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น.

     โดยภายในงานรวบรวมนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ด้านวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์โรงแรม ระบบ Smart Living และโซลูชันสำหรับการอยู่อาศัยยุคใหม่จากผู้ประกอบการชั้นนำของไทยและจีนไว้อย่างครบวงจร

#มหกรรมวัสดุก่อสร้าง2569
#BangkokConstructionExpo2026
#FurnitureExpo2026
#HotelEquipmentExpo
#ThaiChinaBusiness
#พงศ์เทพเทพกาญจนา
#สุวโรจน์สุรักทวี
#เซียวกั๋วกัง
#โภคินพลกุล

Read More
“โอ๊ต” ณัฐพร ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ศึก HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP 2026 ที่เชียงราย

“โอ๊ต” ณัฐพร ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ศึก HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP 2026 ที่เชียงราย

HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 เปิดเวทีเยาวชนภาคเหนือ 32 โรงเรียน ดวลแข้งที่สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม พร้อมอดีตแข้งทีมชาติไทยร่วมสร้างแรงบันดาลใจ

     บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินหน้าส่งเสริมวงการกีฬาฟุตบอลเยาวชนไทย จัดการแข่งขัน “HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3” ศึกฟุตบอลเยาวชนชาย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศและอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้พัฒนาศักยภาพสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

     การแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30–31 พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน 2569 ณ สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 32 ทีม จากพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง

    ก่อนการแข่งขัน ได้มีการจัดงานแถลงข่าวและพิธีจับสลากแบ่งสาย ณ ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร โดยมี นายทวีศักดิ์ คงชะนะ รองประธานกรรมการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และ นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมแถลงข่าว

     ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย, คุณวรัชยา โกแสนตอ ที่ปรึกษาสโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, “วาว” นายจารุวัฒน์ พริบไหว และ “โอ๊ต” นายณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน

     นายทวีศักดิ์ คงชะนะ รองประธานกรรมการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญด้าน ESG ของบริษัท ที่มุ่งสนับสนุนเยาวชนไทยผ่านกีฬา โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนในต่างจังหวัดได้เข้าถึงเวทีการแข่งขันมาตรฐานระดับประเทศ

     “ปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 ของการแข่งขัน และเป็นครั้งแรกที่นำโครงการไปจัดในจังหวัดเชียงราย เพื่อกระจายโอกาสสู่ภูมิภาค เราเชื่อว่าเด็กไทยทุกพื้นที่มีศักยภาพ หากได้รับโอกาสและเวทีที่เหมาะสม ก็สามารถเติบโตสู่ระดับอาชีพและระดับโลกได้” นายทวีศักดิ์ กล่าว

     นอกจากนี้ ไฮเซ่นส์ ซึ่งเป็นแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลก และ Official Partner ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมองว่ากีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะชีวิต วินัย และแรงบันดาลใจให้กับเด็กไทย

     ด้าน นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กกท. พร้อมสนับสนุนโครงการที่ส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง และชื่นชมภาคเอกชนอย่างบริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมกีฬาและการพัฒนาเยาวชน

     “การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเวทีฟุตบอล แต่เป็นพื้นที่สร้างโอกาส สร้างประสบการณ์ และจุดประกายความฝันให้เยาวชนไทยได้พัฒนาตนเองสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพในอนาคต” นางนิตยา กล่าว

     สำหรับการแข่งขัน HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3 จะแข่งขันในรูปแบบฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี แบ่งการแข่งขันรอบแรกออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ก่อนคัดเลือกเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป

     โดยรางวัลสำคัญประกอบด้วย

  • รางวัลชนะเลิศ รับถ้วยเกียรติยศ เงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ มูลค่า 120,000 บาท จาก บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล 20,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัล 10,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 รับเงินรางวัล 7,000 บาท
  • รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม (MVP) รับเงินรางวัล 4,000 บาท
  • รางวัลดาวซัลโว รับเงินรางวัล 4,000 บาท
  • รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม รับเงินรางวัล 4,000 บาท
  • รางวัลทีมเชียร์ยอดเยี่ยม รับเงินรางวัล 5,000 บาท

     การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการผลักดัน Soft Power ด้านกีฬาของไทย ผ่านการสร้างโอกาสให้เยาวชนในภูมิภาคได้แสดงศักยภาพ พร้อมต่อยอดสู่ระบบฟุตบอลอาชีพและทีมชาติไทยในอนาคต ท่ามกลางกระแสการพัฒนาวงการกีฬาไทยอย่างต่อเนื่องในปี 2569

Read More
ภ.1 จัดฝึกทบทวนตำรวจดูแลการชุมนุม ผู้ช่วย ผบ.ตร. มอบนโยบายสร้างความเชื่อมั่นประชาชน

ภ.1 จัดฝึกทบทวนตำรวจดูแลการชุมนุม ผู้ช่วย ผบ.ตร. มอบนโยบายสร้างความเชื่อมั่นประชาชน

พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ตรวจความพร้อมกำลังพลตำรวจภูธรภาค 1 ก่อนปฏิบัติภารกิจดูแลการชุมนุมสาธารณะ ย้ำสร้างความเชื่อมั่นประชาชน ควบคู่คุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย

     วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจที่เข้ารับการฝึกอบรมตาม “โครงการฝึกทบทวนข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ของตำรวจภูธรภาค 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”

     ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มี พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) พร้อมด้วย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 คณะวิทยากร ผู้ควบคุมการฝึก และผู้เข้ารับการฝึกอบรม ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

    การฝึกอบรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมืออาชีพ สอดคล้องกับกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน และมาตรฐานการรักษาความสงบเรียบร้อยสากล ท่ามกลางสถานการณ์ทางสังคมและการเมืองที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

     พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและความพร้อมของกำลังพล โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านกฎหมาย การบริหารสถานการณ์ และการสื่อสารกับประชาชนอย่างเหมาะสม เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคม

    นอกจากนี้ ยังได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ

     สำหรับ “โครงการฝึกทบทวนข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ” ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการฝูงชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

     ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 1 ยังคงเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังพลรองรับสถานการณ์การชุมนุมสาธารณะและเหตุการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่รับผิดชอบอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด

Read More
ฟัล ครัม อินเตอร์ฯ รุก“มวยไทยซุปเปอร์แชมป์” เตรียมหนุนเต็มรูปแบบหลังจัดมหกรรมสินค้าแห่งอนาคต​ ที่เมืองทองธานี​ 3-5 มิ.ย.​นี้

ฟัล ครัม อินเตอร์ฯ รุก“มวยไทยซุปเปอร์แชมป์” เตรียมหนุนเต็มรูปแบบหลังจัดมหกรรมสินค้าแห่งอนาคต​ ที่เมืองทองธานี​ 3-5 มิ.ย.​นี้

“ฟัล ครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป” ประกาศหนุน “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์” ดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลก​ พร้อมจัดมหกรรมแสดงสินค้าแห่งอนาคต ที่เมืองทองธานี​ 3-5 มิ.ย.​นี้

ฟัล ครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป

     บริษัท ฟัล ครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศสนับสนุนวงการมวยไทยอย่างเต็มรูปแบบ หลังเข้าร่วมชมการแข่งขัน “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ด บาย วันก่อเกียรติ” ที่ World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 พร้อมมองเห็นศักยภาพของ “มวยไทย” ในฐานะ Soft Power สำคัญของประเทศไทย ที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเวทีนานาชาติได้อย่างยั่งยืน

     ภายในงานได้รับการต้อนรับจาก “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน และ "เสี่ยอู๊ด" นายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหาร วันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี

     คณะผู้บริหารของ บริษัท ฟัล ครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณสุวโรจน์ สุรักทวี ประธานบริหาร, มิสเตอร์ เจียง จิว เหลียง ผู้แทนรองประธานบริหารจากประเทศจีน, คุณวีรินทร์ สุรักทวี ประธานบริษัท, มิสเตอร์ เจียง จิ่ว ซุ่น กรรมการผู้จัดการ และ มิสเตอร์ เกา พาน กรรมการรองผู้จัดการ

     โดยบริษัทเตรียมจัดมหกรรมแสดงสินค้านวัตกรรมแห่งอนาคตครั้งใหญ่ ระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจะรวบรวมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ ของตกแต่งบ้าน และอุปกรณ์โรงแรมเกรดพรีเมียมจากประเทศจีนกว่า 1,500 โรงงาน มาจัดแสดงในประเทศไทย

     ภายหลังการจัดงานดังกล่าว บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าสนับสนุนวงการมวยไทยอย่างจริงจัง โดยมองว่ามวยไทยเป็นกีฬาที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างชื่อเสียงระดับโลก และเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญของประเทศไทย

     นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ กล่าวว่า การที่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ระดับนานาชาติเข้ามาสนับสนุนมวยไทย ถือเป็นสัญญาณบวกต่อวงการกีฬาไทย เพราะจะช่วยยกระดับการแข่งขัน เพิ่มโอกาสให้นักมวยไทย และสร้างระบบสนับสนุนที่แข็งแรงมากขึ้น ทั้งในด้านการจัดการแข่งขัน การพัฒนานักกีฬา และการขยายฐานแฟนมวยสู่ตลาดต่างประเทศ

     ด้าน นายสรวีร์ ฤทธิชัย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและวงการมวยไทย จะช่วยผลักดันให้ “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์” เติบโตอย่างต่อเนื่อง และสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้มากขึ้น

     สำหรับผลการแข่งขัน “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ด บาย วันก่อเกียรติ” ประจำวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 มีคู่แข่งขันสำคัญดังนี้

  • มวยรอบสากล “ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก” พิกัด 115 ปอนด์ “ศึกนวมคู่กำปั้นทองคำ ครั้งที่ 1 นัดที่ 7” วชิรวิทย์ กุศล นักชกตัวแทนจังหวัดศรีสะเกษ ชนะน็อก ณัฏพล บัวสา ตัวแทนจังหวัดกาญจนบุรี ในยกที่ 2 ส่งผลให้จังหวัดศรีสะเกษผ่านเข้ารอบต่อไป
  • มวยไทย 3 ยก พิกัด 122 ปอนด์ เพชรพันล้าน ส.สวนหลวงไทยบ็อกซิ่งยิมส์ เสมอกับ จาง ซื่อ เจี่ย จากจีน อย่างดุเดือด
  • พิกัด 161 ปอนด์ พร้อมเพชร ภ.เจริญแพทย์ ชนะคะแนน เคียน ศศิประภายิม นักชกชาวอังกฤษ
  • พิกัด 126 ปอนด์ อัชราฟอฟ ทีซีมวยไทย นักชกจากอุซเบกิสถาน ชนะคะแนน อาซาน ส.เดชะพันธ์
  • พิกัด 130 ปอนด์ อาหม่า ส.เดชะพันธ์ นักชกชาวจีน ชนะน็อก พิชิตมาร DN มวยไทยยิม ในยกแรก
  • คู่เอก พิกัด 139 ปอนด์ เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง ชนะคะแนน ดิมิทรี ส.เดชะพันธ์ นักชกชาวอเมริกัน อย่างสนุกดุเดือด
  • มวยไทยหญิง พิกัด 105 ปอนด์ น้องเล็ก ครูดามยิม ชนะคะแนน แอนดี้ พาเรน นักชกสาวชาวแคนาดา

     การแข่งขัน “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ด บาย วันก่อเกียรติ” ถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์ เวลา 17.30–20.00 น. ทาง สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กด 27 โดยได้รับความสนใจจากแฟนมวยทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

     ทั้งนี้ ศึกครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 ณ World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ ท่ามกลางกระแสความนิยมของมวยไทยที่ยังคงเติบโตในฐานะกีฬาและวัฒนธรรมระดับโลกของประเทศไทย

Read More
ญี่ปุ่นเตือนนักท่องเที่ยวไทย! ห้ามหิ้ว Heat-Not-Burn กลับประเทศ

ญี่ปุ่นเตือนนักท่องเที่ยวไทย! ห้ามหิ้ว Heat-Not-Burn กลับประเทศ

ดราม่าโซเชียลร้อนแรง! ชาวเน็ตถก “ไส้ยาสูบแบบให้ความร้อน” หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่? จับตากฎหมายไทยยังไร้ความชัดเจน

ไส้ยาสูบแบบความร้อน

     กรุงเทพฯ – ประเด็นการนำเข้า “ไส้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน” (Heat-Not-Burn Tobacco Products) จากประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นหัวข้อร้อนบนโลกออนไลน์ของไทยอีกครั้ง หลังสมาชิกในกลุ่มท่องเที่ยวชื่อดัง “กลุ่มชอบตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น” ซึ่งมีสมาชิกมากกว่าหนึ่งล้านคน ตั้งคำถามถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำ “ไส้ยาสูบแบบให้ความร้อน” กลับเข้าประเทศไทย ว่าสามารถทำได้หรือไม่ และมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่

     กระแสการถกเถียงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความสับสนของผู้บริโภคจำนวนมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ประเภท Heat-Not-Burn ถูกกฎหมายและวางจำหน่ายทั่วไปในหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่ในประเทศไทยยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสินค้าต้องห้ามนำเข้าเช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้า ตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานรัฐ

     ผู้ใช้งานโซเชียลจำนวนมากแสดงความคิดเห็นหลากหลายมุม โดยบางส่วนเข้าใจว่า “ตัวไส้” ที่มีส่วนประกอบของใบยาสูบจริง อาจสามารถนำเข้ามาได้ในปริมาณจำกัดไม่เกิน 1 คอตตอน คล้ายบุหรี่มวนทั่วไป ขณะที่อีกหลายคนมองว่าในทางปฏิบัติยังถือเป็น “พื้นที่สีเทา” และมีความเสี่ยงถูกตรวจยึดโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรหากนำเข้าประเทศไทย

     นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งแชร์ประสบการณ์ตรงจากประเทศญี่ปุ่นว่า พนักงานร้านค้าหลายแห่งซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Heat-Not-Burn ให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างชัดเจนว่า แม้สินค้าจะถูกกฎหมายในญี่ปุ่น แต่ยังถือว่ามีความเสี่ยงทางกฎหมายเมื่อนำกลับเข้าประเทศไทย และอาจถูกยึดหรือดำเนินคดีได้

     ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางภายหลังเพจประชาสัมพันธ์ของกรมศุลกากรเผยแพร่ข่าวการจับกุมผู้โดยสารชาวไทยหลายราย ซึ่งลักลอบนำเข้าไส้ยาสูบแบบให้ความร้อนจากประเทศญี่ปุ่นรวมกว่า 100,000 มวน เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดกระแสคอมเมนต์จำนวนมากจากประชาชนที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมาย การใช้งานจริงในต่างประเทศ ตลอดจนผลกระทบด้านสุขภาพและสังคม

     ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า หลายประเทศที่มีมาตรการด้านสาธารณสุขและระเบียบสังคมเข้มงวด กลับอนุญาตให้ใช้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภท Heat-Not-Burn อย่างถูกกฎหมาย ภายใต้ระบบภาษีและการควบคุมของรัฐ เนื่องจากมีข้อมูลวิจัยบางส่วนที่ระบุว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจก่อสารพิษน้อยกว่าบุหรี่มวน เพราะไม่มีการเผาไหม้โดยตรง ลดกลิ่นรบกวน และไม่มีเถ้าบุหรี่

     อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและหน่วยงานด้านสาธารณสุขหลายฝ่ายยังคงเตือนว่า ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดยังคงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ และการใช้งานควรอยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน

     ปัจจุบัน สถานะทางกฎหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนในประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนในเชิงปฏิบัติสำหรับ “ตัวไส้ยาสูบ” โดยยังถูกตีความเชื่อมโยงกับสินค้าต้องห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ผู้เดินทางจำนวนมากยังไม่มั่นใจว่าการนำเข้าปริมาณเล็กน้อยเพื่อใช้ส่วนตัวจะเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติศุลกากรหรือไม่

     นักวิเคราะห์มองว่า กระแสดราม่าครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง “ช่องว่างทางนโยบาย” ระหว่างเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ยาสูบยุคใหม่กับกฎหมายไทยที่ยังไม่ปรับตัวทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและมาตรฐานสากล ขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงความต้องการให้ภาครัฐออกแนวทางที่ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากขึ้น เพื่อลดปัญหาการลักลอบนำเข้าและความสับสนของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

     ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและภาษีศุลกากรแนะนำว่า ผู้เดินทางควรตรวจสอบข้อกฎหมายล่าสุดจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องก่อนนำผลิตภัณฑ์ใด ๆ เข้าประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎหมาย การถูกยึดสินค้า หรือการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากรของประเทศไทย


ลิ้งโพสจับกุมของศุลกากร

https://www.facebook.com/share/p/18YB4dAcy1


#บุหรี่ไฟฟ้า #HeatNotBurn #IQOS #ญี่ปุ่น #กรมศุลกากร #กฎหมายไทย #ยาสูบแบบให้ความร้อน #ข่าววันนี้ #นักท่องเที่ยว #Japan #Thailand #PMTA #พาณิชย์ #ศุลกากร #ข่าวโซเชียล

Read More
ศ.เอนก​ ร่วมเปิดเวที RUSH 2026 ยกระดับนักวิจัยไทยสู่การสร้างผลกระทบทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ศ.เอนก​ ร่วมเปิดเวที RUSH 2026 ยกระดับนักวิจัยไทยสู่การสร้างผลกระทบทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ศ.เอนก กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในการอบรมหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 นำร่องภาคเหนือ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก มุ่งยกระดับงานวิจัยมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สู่การใช้ประโยชน์จริง

RUSH ระยะที่ 2

     จังหวัดพิษณุโลก – สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับศักยภาพนักวิจัยไทย จัดการอบรม “หลักสูตร RUSH ระยะที่ 2” หรือ The Research Utilizations Program for Social Sciences and Humanities Phase II ณ จังหวัดพิษณุโลก มุ่งผลักดันงานวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สู่การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย ชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

     การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–8 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องปางอุบล โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว จังหวัดพิษณุโลก โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้โครงการ “การพัฒนาหลักสูตรเสริมศักยภาพและจรรยาบรรณด้านการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์”

     โครงการดังกล่าวนำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ ซึ่งมุ่งสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัย ผู้ใช้ประโยชน์ และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อยกระดับงานวิจัยไทยให้ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่

วช. ดัน “RUSH” สู่ภูมิภาคครั้งแรก

     การจัดอบรมครั้งนี้ถือเป็นการจัดในระดับภูมิภาคครั้งแรก หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดอบรมส่วนกลางในกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการขยายโอกาสและสร้างเครือข่ายนักวิจัยในพื้นที่ภาคเหนือ

     สำหรับพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นประธานกล่าวเปิดการอบรม

     ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนสาร เพ็งพุ่ม คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรมจากหลากหลายสถาบันทั่วประเทศ

ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชูแนวคิด “Researching Nation”

     ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การปาฐกถาพิเศษโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักวิจัยไทย

     ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าวว่า ประเทศไทยควรพัฒนาไปสู่ “Researching Nation” หรือสังคมที่ทุกคนเป็นนักวิจัย ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม

     โดยระบุว่า
     “ผมอยากจะให้คนไทยทั้งประเทศเป็นนักวิจัย เป็น Researching Nation คือทุกคนไม่ว่าทำอาชีพอะไรรีเสิร์ชหมด”

     พร้อมเสนอแนวคิดการ “คิดถอยหลัง” เพื่อมองหาโอกาสและเป้าหมายของประเทศ ก่อนย้อนกลับมาพัฒนาศาสตร์และองค์ความรู้ให้ตอบโจทย์อนาคต

     นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนกรอบความคิดของนักวิจัย จากการมุ่งมองปัญหา ไปสู่การสร้างโอกาสและความสำเร็จให้ประเทศ

     “ต้องปรุงแต่งให้เห็นความสำเร็จ เห็นโอกาส แทนที่จะไปปรุงแต่งให้เห็นเป็นปัญหา” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าว

หลักสูตร RUSH มุ่งสร้างงานวิจัยใช้ได้จริง

     หลักสูตร RUSH ถือเป็นหลักสูตรริเริ่มของประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการพัฒนางานวิจัยมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จากระดับแนวคิด สู่การนำไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งด้านนโยบายสาธารณะ การพัฒนาชุมชน การสร้างผลกระทบทางสังคม และเชิงพาณิชย์

     ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้ผ่านโมดูลสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ อาทิ

  • การประยุกต์ใช้และจริยธรรมการวิจัย
  • การพัฒนาโจทย์วิจัยด้วยเครื่องมือสมัยใหม่
  • การพัฒนางานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง
  • การประเมินผลลัพธ์และผลกระทบทางสังคม
  • การสื่อสารงานวิจัยเพื่อสร้างผลกระทบเชิงนโยบายและสังคม

มุ่งพัฒนางานวิจัยตอบโจทย์ 7 กลุ่มยุทธศาสตร์สำคัญของ วช.

     การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยที่สอดคล้องกับ 7 กลุ่มประเด็นสำคัญของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้แก่

  1. การพัฒนาสังคมคุณธรรม
  2. การเสริมสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน
  3. สังคมไทยไร้ความรุนแรง
  4. ความปลอดภัยทางถนน
  5. งานวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  6. การสร้างสรรค์วิชาการงานศิลป์
  7. การพัฒนาต่อยอดผลงานด้านศิลปกรรม

     หลังจบการอบรมแบบ On-site ผู้เข้าร่วมจะได้รับเวลา 1 เดือนในการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัย โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ก่อนเข้าสู่รอบ PitchPro ในเดือนกรกฎาคม 2569

     วช. คาดหวังว่า หลักสูตร RUSH จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้กับการพัฒนาประเทศ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยในระยะยาว

#วช #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ #RUSH2026 #เอนกเหล่าธรรมทัศน์ #มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม #งานวิจัยมนุษยศาสตร์ #วิจัยไทย #ResearchingNation #ข่าวการศึกษา #ข่าววิจัย #อว #ThailandResearch

Read More
กรมสรรพสามิต เตือนผู้ค้า “นิโคตินถุง” ห้ามขายออนไลน์ ฝ่าฝืนเสี่ยงคุก–ปรับ

กรมสรรพสามิต เตือนผู้ค้า “นิโคตินถุง” ห้ามขายออนไลน์ ฝ่าฝืนเสี่ยงคุก–ปรับ

กรมสรรพสามิต ยัน “นิโคตินถุง” มีแสตมป์ขายได้เสียภาษีสรรพสามิตถูกต้อง

นิโคตินถุง

     กรุงเทพมหานคร – พฤษภาคม 2569​ กรมสรรพสามิต ออกมายืนยันสถานะทางกฎหมายของ “นิโคตินถุง (Nicotine Pouch)” ว่าเป็น ผลิตภัณฑ์ที่สามารถจำหน่ายได้ตามกฎหมาย ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องเสีย ภาษีสรรพสามิต อย่างถูกต้อง มี แสตมป์สรรพสามิต และผู้จำหน่ายต้องได้รับ ใบอนุญาตจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบ อย่างครบถ้วน

     แหล่งข่าวจาก กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก กรมควบคุมโรค ดำเนินคดีต่อผู้จำหน่ายนิโคตินถุงในบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์และแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของสินค้า

     ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ได้เสนอเรื่องต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เพื่อพิจารณามาตรการควบคุมการจำหน่ายนิโคตินถุง อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิต ได้ชี้แจงต่อ สคบ. ว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังถือว่า ถูกต้องตามกฎหมายภาษีสรรพสามิต และอยู่ในหมวด ผลิตภัณฑ์ยาสูบ เช่นเดียวกับบุหรี่ทั่วไป

แหล่งข่าวระบุว่า “นิโคตินถุงเป็นสินค้าที่สามารถซื้อขายได้ตามกฎหมาย หากปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านภาษีและใบอนุญาต แตกต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย”

⚖️ เปรียบเทียบสถานะกฎหมาย (ปี 2569)

  • นิโคตินถุง (Nicotine Pouch) ✅ ถูกกฎหมาย
    • ต้องเสียภาษีสรรพสามิต
    • ต้องติดแสตมป์
    • ต้องมีใบอนุญาตขาย
  • บุหรี่ไฟฟ้า (E-Cigarette) ❌ ผิดกฎหมาย
    • ห้ามนำเข้า ตามประกาศของ กระทรวงพาณิชย์
    • ไม่อยู่ในระบบภาษีสรรพสามิต

📦 ลักษณะผลิตภัณฑ์ “นิโคตินถุง”

     นิโคตินถุง (Nicotine Pouch) เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในกลุ่มยาสูบรูปแบบใหม่ มีลักษณะเป็น ซองขนาดเล็ก ใช้สอดไว้ใต้ริมฝีปากหรือกระพุ้งแก้ม เพื่อให้ร่างกายดูดซึมนิโคตินผ่านเยื่อบุช่องปาก โดย ไม่ต้องเผาไหม้หรือเกิดควัน ทำให้สะดวกต่อการใช้งานในบางสถานการณ์

📜 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (อัปเดตล่าสุด)

     ผู้จำหน่ายและผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัด ได้แก่

🚫 มาตรา 27 (2)

  • ห้ามจำหน่ายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)
  • โทษ: จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

🚫 มาตรา 36 วรรค 1

  • ห้ามแสดงสินค้าในจุดขายให้เห็นชัดเจน
  • โทษ: ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

⚠️ มาตรา 36 วรรค 2

  • การแสดงชื่อและราคาต้องเป็นไปตามเกณฑ์
  • โทษ: ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

🏭 ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง

     ผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่จำหน่ายในประเทศไทย เช่น

  • โรงงานยาสูบแห่งประเทศไทย
  • บริษัทผลิตภัณฑ์ยาสูบจากต่างประเทศ

     ล้วนต้องปฏิบัติตามกฎหมายภาษีและกฎหมายควบคุมยาสูบอย่างครบถ้วน

📊 มุมมองเชิงนโยบาย

   กรมสรรพสามิต ย้ำว่า “นิโคตินถุง” ยังคงอยู่ในระบบกำกับดูแลของภาครัฐ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยการกำกับดูแลจะเน้นทั้ง

  • การจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้อง
  • การควบคุมการเข้าถึงของผู้บริโภค
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

🔎 สรุป 

  • นิโคตินถุง “ถูกกฎหมาย” หรือไม่? 👉 ถูกกฎหมาย หากมีแสตมป์และใบอนุญาต
  • ขายออนไลน์ได้หรือไม่? 👉 ไม่ได้ ผิดกฎหมาย
  • ต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างไร? 👉 บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย แต่นิโคตินถุงอยู่ในระบบภาษี
Read More

ช่อง copthai tv สถานีทีวีตำรวจ

Sponsor

AD BANNER