ปส.อว.​ ปรมาณูเพื่อสันติ ศึกษาการจัดการกากกัมมันตรังสี เพื่อความปลอดภัยประชาชนตามมาตรฐาน​ ณ​ สหรัฐอเมริกา

ปส.อว.​ ปรมาณูเพื่อสันติ ศึกษาการจัดการกากกัมมันตรังสี เพื่อความปลอดภัยประชาชนตามมาตรฐาน​ ณ​ สหรัฐอเมริกา

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. เจาะลึกโมเดลจัดการกากกัมมันตรังสี ยกระดับการกำกับดูแลเพื่อความปลอดภัยประชาชนตามมาตรฐานระดับโลก

     สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ โดย นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และรักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ นำคณะข้าราชการ ปส. เดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการกำกับดูแลและการบริหารจัดการ กากกัมมันตรังสี ณ สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 26–29 มกราคม 2569 เพื่อเรียนรู้แนวปฏิบัติจากประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

     การศึกษาดูงานในครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองประชาชนของประเทศไทย ผ่านการเรียนรู้จากหน่วยงานสำคัญระดับโลก 3 แห่ง ได้แก่

  1. Brookhaven National Laboratory (BNL) ห้องปฏิบัติการวิจัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา

  2. Barnwell Low-Level Radioactive Waste (LLW) Facility หนึ่งใน 4 สถานที่ขจัดกากกัมมันตรังสีระดับต่ำที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ รองรับกากกัมมันตรังสีจากงานวิจัย การแพทย์ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

  3. South Carolina Waste Management Regulatory Office หน่วยงานหลักด้านการกำกับดูแลการจัดการกากกัมมันตรังสีและของเสียของรัฐเซาท์แคโรไลนา

     จากการศึกษาดูงานดังกล่าว สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้รับองค์ความรู้เชิงลึกและประสบการณ์ตรงจากสถานปฏิบัติการจริง ครอบคลุมกระบวนการสำคัญตั้งแต่การคัดแยก การขนส่ง การจัดเก็บ และการขจัดกากกัมมันตรังสีอย่างปลอดภัย รวมถึงกลไกการกำกับดูแลที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก

     นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ รวมถึงการขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับระบบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และทัดเทียมมาตรฐานสากลในระยะยาว

Read More
ไทยรั้งอันดับ 107 โลก “เสี่ยโก้” บุกเวทีดีเบต ถามแผนจัดการคอร์รัปชันจากแคนดิเดตนายกฯ

ไทยรั้งอันดับ 107 โลก “เสี่ยโก้” บุกเวทีดีเบต ถามแผนจัดการคอร์รัปชันจากแคนดิเดตนายกฯ

"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยม 3 สถาบัน เยี่ยมเวทีดีเบต "ศึกเปลี่ยนประเทศ" พบแคนดิเดตนายกฯ พร้อมฝากแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไทยที่ติดอันดับ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก

     วันนี้ (29 มกราคม 2569) รายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางช่อง 8 จัดเวทีดีเบตครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ “ศึกเปลี่ยนประเทศ” เปิดพื้นที่ให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก 8 พรรคการเมือง ร่วมนำเสนอนโยบายและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางประเทศ ณ M SKY PARK ชั้น M เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมาก

     บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเปิดโอกาสให้ บุคคลสาธารณะและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด ร่วมตั้งคำถามแทนประชาชน เพื่อทดสอบวิสัยทัศน์และความพร้อมของผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำประเทศแบบสด ๆ บนเวที

     ในโอกาสนี้ นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ หรือ “เสี่ยโก้” โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมระดับเอเชียจาก 3 สถาบัน และผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่โปรโมเตอร์เวทีลุมพินี เดินทางมาร่วมรับฟังและมีส่วนร่วมในเวทีดีเบตดังกล่าว โดยได้ตั้งคำถามตรงถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทุกพรรค เกี่ยวกับ นโยบายการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของประเทศไทย

     ทั้งนี้ นายก่อเกียรติ อ้างอิงข้อมูลดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ซึ่งระบุว่า ประเทศไทยถูกจัดอยู่อันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ได้คะแนน 34 จาก 100 คะแนน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 43 คะแนน พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า

“หากพรรคของท่านได้รับโอกาสบริหารประเทศ จะมีมาตรการใดในการจัดการปัญหาคอร์รัปชัน และสามารถนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการลงโทษได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน หรือ 6 เดือนหรือไม่ และจะทำอย่างไรให้เกิดผลเป็นรูปธรรม”

     ก่อนเริ่มเวทีดีเบต นายก่อเกียรติยังได้มอบ ดอกไม้และเอกสารประกอบการร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ในกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินโครงการและการใช้งบประมาณของหน่วยงานและบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง ให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากหลายพรรคการเมือง เพื่อผลักดันให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใสตามกระบวนการของรัฐ

    การเข้าร่วมของ “เสี่ยโก้” ในเวที ศึกเปลี่ยนประเทศ ครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของภาคประชาชนและบุคคลสาธารณะในการร่วมขับเคลื่อนประเด็น ความโปร่งใส การต่อต้านคอร์รัปชัน และการปฏิรูปการเมืองไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่สังคมกำลังจับตามองก่อนการเลือกตั้งครั้งถัดไป

Read More
จากใต้ดินสู่ระบบภาษี เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เสนอโมเดลคุมเข้มทุกมิติ

จากใต้ดินสู่ระบบภาษี เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เสนอโมเดลคุมเข้มทุกมิติ

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าผนึกกำลัง หนุนแนวคิดวิน-วินทุกฝ่าย
ดันบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นบนดิน เยาวชนได้รับการปกป้อง ผู้บริโภคมั่นใจสินค้าคุณภาพ รัฐคุมเข้มได้-เพิ่มรายได้ภาษี

    เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนแนวคิดการปรับสถานะบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้าสู่ระบบกฎหมาย ภายใต้การควบคุมของรัฐอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างผลลัพธ์แบบ “วิน-วิน” ทุกฝ่าย ทั้งการปกป้องเยาวชน ความปลอดภัยของผู้บริโภค และการเพิ่มรายได้ภาษีให้กับประเทศ

    กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการหาเสียงเลือกตั้ง หลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ เสนอแนวคิดให้ดึงบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันยังถือว่าผิดกฎหมายในประเทศไทย ขึ้นมาอยู่บนดิน พร้อมจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้อง โดยกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้า คุณภาพสินค้า การขึ้นทะเบียนผู้ขาย และการออกใบอนุญาตร้านค้าอย่างเป็นระบบ รวมถึงการห้ามจำหน่ายให้เด็กและเยาวชนอย่างเด็ดขาด พร้อมบทลงโทษที่เข้มงวด

     นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เปิดเผยว่า เครือข่ายสนับสนุนการเลิกสูบบุหรี่ และไม่ต้องการเห็นเด็กและเยาวชนใช้บุหรี่ทุกประเภท แต่ยอมรับว่าปัจจุบันยังมีคนไทยจำนวนมากที่สูบบุหรี่มวนอยู่ ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกว่า 90 ประเทศ อนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกหนึ่งภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ

     นายอาสา ระบุว่า การห้ามบุหรี่ไฟฟ้าแบบเบ็ดเสร็จ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง เพราะทำให้เกิดตลาดใต้ดินที่รัฐไม่สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้ ส่งผลให้มีการแต่งกลิ่น สี และรสชาติที่ดึงดูดเยาวชน รวมถึงเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารอันตราย

     เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าจึงเสนอให้ใช้แนวทางการควบคุมแทนการแบน เช่น

  • ระบบใบอนุญาตผู้ขายและร้านค้า

  • การกำหนดอายุผู้ซื้อและผู้ใช้

  • การควบคุมมาตรฐานการผลิตและคุณภาพสินค้า

  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ฝ่าฝืน โดยเฉพาะการขายให้เยาวชน

     นอกจากนี้ ยังมองว่าการปรับกฎหมายสามารถต่อยอดภาคเกษตรกรรมยาสูบ โดยนำใบยาสูบมาสกัดนิโคตินเหลวอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรไทย

     “หากสามารถแก้ไขพระราชบัญญัติยาสูบ ดึงบุหรี่ไฟฟ้าจากระบบใต้ดินขึ้นมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเหมือนบุหรี่มวน ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ ทั้งการควบคุมเยาวชน รายได้ภาษีของรัฐ และความปลอดภัยของผู้บริโภค” นายอาสากล่าวทิ้งท้าย

Read More
เดือดการเมือง! IO ถล่ม “เคนโด้” หลังชูนโยบายเอาจริง คดีโกงประชาชนถึงขั้นประหาร

เดือดการเมือง! IO ถล่ม “เคนโด้” หลังชูนโยบายเอาจริง คดีโกงประชาชนถึงขั้นประหาร

พีค! มิจฉาชีพรวมตัว "สกัดดาวรุ่ง" เคนโด้ ไม่ให้เป็น สส. คาดกลัวดันกฎหมาย "ประหารชีวิตคนโกง"

สกัดดาวรุ่ง​ เคนโด้

     ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงใกล้การเลือกตั้ง พบกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อมูลโจมตีบนสื่อสังคมออนไลน์ที่พุ่งเป้าไปยัง นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือที่รู้จักในชื่อ “เคนโด้” อดีตผู้ประกาศข่าวและนักเคลื่อนไหวด้านการเปิดโปงกลโกง ซึ่งปัจจุบันประกาศตัวลงสู่สนามการเมืองอย่างเป็นทางการในนามผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)

     รายงานจากแหล่งข่าวในแวดวงการเมืองและความมั่นคงด้านไซเบอร์ ระบุว่า เริ่มตรวจพบลักษณะการสื่อสารที่เข้าข่าย ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations: IO) และ ข่าวปลอม (Fake News) ที่มีเนื้อหาบิดเบือนโจมตีตัวบุคคล ทั้งการตัดต่อข้อความ สร้างประเด็นเท็จ และขยายผลผ่านบัญชีผู้ใช้จำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกัน

     แหล่งข่าววิเคราะห์ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดแรงต้าน อาจมาจาก จุดยืนเชิงนโยบายของเคนโด้ ที่ประกาศชัดถึงการยกระดับการปราบปรามคดีฉ้อโกงประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะข้อเสนอให้ทบทวนกฎหมาย เพิ่มโทษคดีโกงในระดับสูง และการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่เขาระบุว่าสอดคล้องกับทิศทางของ พรรครวมไทยสร้างชาติ

    รายงานข่าวยังระบุว่า กลุ่มที่เคยตกเป็นคู่ขัดแย้งจากการทำงานเปิดโปงคดีในอดีต รวมถึงเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ อาจเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับบทบาททางการเมืองของเคนโด้ และแสดงความกังวลต่อการผลักดันกฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต หากเขาได้รับเลือกตั้งเข้าสภา

     ด้าน เคนโด้ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า รับทราบถึงกระแสโจมตีดังกล่าว และยืนยันว่าจะเดินหน้าลงพื้นที่พบประชาชนตามปกติ พร้อมย้ำจุดยืนว่า

“การฉ้อโกงประชาชนสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างร้ายแรง กฎหมายต้องเข้มแข็งและบังคับใช้อย่างเป็นธรรม”

     เขายังระบุว่า การตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมือง มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ระบบยุติธรรมและกลไกรัฐสามารถปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ทั้งนี้ เคนโด้ได้เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยสนับสนุนแนวทางการเมืองที่เน้นความสุจริต โปร่งใส และการบริหารประเทศตามหลักนิติธรรม พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามแนวนโยบายของพรรค

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังคงต้องติดตามว่ากระแสบนโลกออนไลน์จะส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด

Read More
สังคมจับตา! ประธานณัฏฐ์ ย้ำตำแหน่งเลขาธิการ กอช. ต้องได้คนมีคุณธรรมและความโปร่งใส

สังคมจับตา! ประธานณัฏฐ์ ย้ำตำแหน่งเลขาธิการ กอช. ต้องได้คนมีคุณธรรมและความโปร่งใส

ประธานณัฏฐ์ ย้ำ รมว.คลัง ต้องยึดหลักธรรมาภิบาลในการคัดเลือก เลขาธิการ กอช.

ประธานณัฏฐ์

     เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 26 มกราคม 2569​ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ได้มีหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ดำเนินการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และยึดหลัก ธรรมาภิบาล อย่างเคร่งครัด

เลขาธิการ กอช. ตำแหน่งสำคัญ กระทบนโยบายระดับประเทศ

     ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต เปิดเผยว่า
ตำแหน่งเลขาธิการ กอช. เป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะนโยบายด้านการออมและความมั่นคงทางรายได้ในวัยเกษียณของแรงงานนอกระบบ ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากหลายพรรคการเมือง อาทิ โครงการ “หวยเกษียณ” หรือ “สลาก กอช.”

     ด้วยเหตุนี้ การคัดเลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงควรเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และคุณภาพเข้ามาบริหารกองทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้กองทุนการออมแห่งชาติสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบในระยะยาว และเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ

ต้องมีประสบการณ์ด้านการเงิน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

     ดร.ณัฏฐ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กอช. ควรเป็นบุคคลที่มี ประสบการณ์ด้านการบริหารทุนหมุนเวียน หรือการบริหารกิจการทางการเงินและการธนาคาร มาก่อน และที่สำคัญต้อง ไม่เป็นบุคคลที่มีผลประโยชน์ขัดแย้ง กับกระทรวงการคลัง หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

เตือนอย่าใช้ความใกล้ชิดส่วนตัวเป็นเกณฑ์พิจารณา

    นอกจากนี้ ดร.ณัฏฐ์ ยังเน้นย้ำว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ให้ความเห็นชอบต่อผู้ที่ได้รับการสรรหา ไม่ควรนำความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือความใกล้ชิดจากเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรอบรม หรือเครือข่ายส่วนบุคคล มาใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้ง เพราะอาจก่อให้เกิดข้อครหาในสังคมได้

    การพิจารณาคัดเลือกควรยึด ความรู้ ความสามารถ และคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่ง เป็นหลัก เพื่อให้กระบวนการสรรหาเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง

จับตาประชุมบอร์ด กอช. 27 ม.ค. นี้

    ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) มีกำหนดประชุมในวันที่ 27 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่า จะมีการหยิบยกประเด็นการแต่งตั้งเลขาธิการ กอช. ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่

     หากไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ทั้งที่กระบวนการสัมภาษณ์ผู้เข้ารับการสรรหาได้เสร็จสิ้นไปแล้ว อาจทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสของกระบวนการสรรหา ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับกระทรวงการคลัง อันเป็นหน่วยงานหลักที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในไม่กี่หน่วยงานรัฐที่ควรปลอดจากการแทรกแซงทางการเมืองในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง

Read More
บังคลาเทศ ถล่มยับ 14-1 ผงาดแชมป์ฟุตซอลหญิง SAFF 2026 ที่กรุงเทพฯ — "โค้ชเอก" พาภูฏานคว้าที่ 3 "บิ๊กป๋อม" ร่วมมอบรางวัล

บังคลาเทศ ถล่มยับ 14-1 ผงาดแชมป์ฟุตซอลหญิง SAFF 2026 ที่กรุงเทพฯ — "โค้ชเอก" พาภูฏานคว้าที่ 3 "บิ๊กป๋อม" ร่วมมอบรางวัล

บังคลาเทศ ฟอร์มโหด! ถล่ม 14-1 ผงาดแชมป์ฟุตซอลหญิง SAFF 2026 ที่กรุงเทพฯ — "โค้ชเอก" พาภูฏานคว้าที่ 3 "บิ๊กป๋อม" ร่วมมอบรางวัล

    กรุงเทพมหานคร, 25 มกราคม 2026 – ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการแข่งขัน SAFF Women's Futsal Championship 2026 ณ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก โดยทัพนักเตะสาวทีมชาติบังคลาเทศประกาศศักดาความเป็นเบอร์หนึ่งของภูมิภาคเอเชียใต้ ระเบิดฟอร์มร้อนแรงไล่ถล่มทีมชาติมัลดีฟส์ไปอย่างขาดลอยถึง 14-1 ในเกมนัดสุดท้าย คว้าถ้วยแชมป์ไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

     บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยบังคลาเทศแสดงศักยภาพที่เหนือชั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเทคนิคเฉพาะตัว การต่อบอลที่แม่นยำ และทีมเวิร์กที่ลงตัว สามารถคุมเกมได้เบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นจนจบ สกอร์ 14-1 คือเครื่องพิสูจน์ถึงความเด็ดขาดในเกมรุกที่ยากจะต้านทาน ปิดแคมเปญที่กรุงเทพฯ อย่างสวยงาม

     ในขณะที่อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญอยู่ที่คู่ระหว่าง เนปาล พบกับ ภูฏาน แม้ผลการแข่งขันจะจบลงที่ เนปาล เอาชนะไปได้ 5-3 แต่บทสรุปของทัวร์นาเมนต์นี้ ตำแหน่งอันดับที่ 3 ตกเป็นของ ทีมชาติภูฏาน ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญคือ "โค้ชเอก" เศรษฐกรชัย ชื่นตา ผู้ฝึกสอนชาวไทย ที่ได้เข้าไปวางรากฐานและพัฒนารูปแบบการเล่น จนพาทัพสาวภูฏานก้าวขึ้นมาติดท็อป 3 ของรายการได้สำเร็จ

    หลังจบการแข่งขัน ได้มีพิธีมอบถ้วยและเหรียญรางวัลเกียรติยศแก่ทีมที่ประสบความสำเร็จ โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในวงการฟุตซอลระดับนานาชาติและของไทยมาร่วมเป็นสักขีพยาน นำโดย คุณอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ฝ่ายฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด ที่ให้เกียรติร่วมมอบรางวัลในฐานะเจ้าบ้าน ร่วมกับ คาซี ซาลาฮุดดิน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียใต้ (SAFF), มร.วาฮิด รองเลขาธิการสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC), มิส ซิมบิลี่ ตัวแทนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และ มร.คัทเทล เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียใต้ (SAFF) ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมในความสำเร็จของทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้

Read More
วศ. อว. จับมือ 35 หน่วยงานรัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน "อาหารแห่งอนาคต" และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก

วศ. อว. จับมือ 35 หน่วยงานรัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน "อาหารแห่งอนาคต" และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก

วศ. อว. เปิดฉาก "Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030" ผนึก 35 ภาคี ปั้นไทยสู่ศูนย์กลางอาหารยั่งยืนระดับโลก

     (20 มกราคม 2569 — กรุงเทพฯ) กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดประชุมวิชาการครั้งสำคัญ “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030” โดย ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ และผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ  เป็นประธานเปิดการประชุม ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ เพื่อวางกรอบยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมอาหารไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ (Key Highlights):

  • วิสัยทัศน์ 2026–2030: มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล

  • การขับเคลื่อนด้วย BCG Model: ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา ผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ เน้นย้ำการใช้นวัตกรรมและงานวิจัยพัฒนา "อาหารแห่งอนาคต" (Future Food) และ "บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม"

  • ความร่วมมือระดับประเทศ: การรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของกว่า 35 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายความปลอดภัยอาหารแบบบูรณาการ

  • หนุน SMEs ไทย: มุ่งเป้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงวิสาหกิจชุมชน เข้าถึงเทคโนโลยีการตรวจสอบรับรองที่ทันสมัย เพื่อส่งออกสินค้าไปทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย

  • การประชุมนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร? เพื่อวางทิศทางและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ความยั่งยืนภายใต้แนวคิด BCG Model ในช่วงปี 2026-2030

  • ใครเป็นผู้จัดงาน? กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

  • หัวข้อหลักในการเสวนาคืออะไร? การยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการ, ความปลอดภัยอาหารอย่างยั่งยืน, และเทรนด์ Future Food ในอนาคต

สรุปใจความสำคัญ: งานนี้ไม่ใช่แค่การประชุมวิชาการ แต่เป็น "พิมพ์เขียว" ที่จะเปลี่ยนโฉมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอาหารคุณภาพที่โลกยอมรับ โดยใช้มาตรฐานวิทยาศาสตร์อ้างอิงเป็นเกณฑ์ตัดสิน

Read More

ช่อง copthai tv สถานีทีวีตำรวจ

Sponsor

AD BANNER