อุดรธานีโชว์ศักยภาพสู่เวทีโลก จัดมหกรรมพืชสวนโลก 2569 คาดนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 2 หมื่นล้าน

กระกระทรวงเกษตรฯ ชวนปักหมุด “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ครั้งแรกในภาคอีสาน!  ชูสวนนานาชาติ 32 สวน อลังการไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น ตลอด​ 134 วัน เปิด 1 พ.ย. นี้

     อุดรธานี – 29 ตุลาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร เตรียมเปิดงาน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) มหกรรมพืชสวนโลกระดับนานาชาติครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ระดมความงดงามจากสวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ พร้อมสวนองค์กรไทย 16 สวน สวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน และไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น ตลอด 134 วัน ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ คาดมีผู้เข้าชมมากกว่า 3.6 ล้านคน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท

     นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เป็นเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทย และเป็นมหกรรมพืชสวนโลกระดับนานาชาติครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกรมวิชาการเกษตร ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดอุดรธานี รวมถึงภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่จัดแสดง สวนนานาชาติ นิทรรศการ และสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอดระยะเวลาการจัดงาน

     มหกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living) มีสวนนานาชาติรวม 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็นสวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และภายในอาคาร 16 สวน นอกจากนี้ ยังมีสวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทยอีก 16 สวน นำเสนอความงดงามของพืชพรรณ ศิลปะการจัดสวน และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากนานาประเทศไว้ในพื้นที่เดียวกัน

สวนพรรณไม้กว่า 50 สวน และไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น

     หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน รวบรวมพรรณไม้เด่นและพรรณไม้หายากจากทั่วโลกจำนวนหลายหมื่นต้น อาทิ สวนนุ่นยักษ์จากทวีปอเมริกาใต้ สวนอินทผลัมยักษ์ สวนเบาบับด่าง สวนมะกอกโอลีฟ สวนสนใบพาย รวมถึงไม้ยืนต้นและไม้ประดับที่มีความโดดเด่น เช่น ต้นกระบก ตาลโตนด ต้นรวงผึ้ง ราชพฤกษ์ ยี่เข่ง ตาลฟ้า และไม้ดัดรูปทรงแปลกตาจากประเทศจีน ซึ่งบางต้นมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท

     นอกจากนี้ ยังมีไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนรวมกว่า 1 ล้านต้น ตลอดระยะเวลาการจัดงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความงดงามของพรรณไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา

     ภายในงานยังจัดนิทรรศการรวม 16 นิทรรศการ แบ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร 8 นิทรรศการ และนิทรรศการภายนอกอาคาร 8 นิทรรศการ พร้อมการประกวดพืชพรรณ 7 ประเภท รวมถึงกิจกรรมประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และนวัตกรรมสีเขียว

เปิดพื้นที่ 1,030 ไร่ แบ่ง 6 โซนสำคัญ

     พื้นที่จัดงานกว่า 1,030 ไร่ ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่จัดแสดงและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เข้าชม โดยแบ่งออกเป็น 6 โซนสำคัญ ได้แก่

  1. โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร ให้บริการจำหน่ายบัตร ข้อมูลข่าวสาร และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม

  2. โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก นำเสนอความงดงามและความหลากหลายของพรรณไม้ พร้อมอาคารสำคัญ เช่น เรือนอีสาน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น

  3. โซนสวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจากประเทศและองค์กรนานาชาติที่เข้าร่วมงาน

  4. โซนนิทรรศการภายในอาคาร ประกอบด้วยอาคารเรือนกระจก สำหรับจัดแสดงนิทรรศการวิชาการหมุนเวียนและการประกวดพืชพรรณ อาคารอำนวยการสำหรับจัดแสดงสวนนานาชาติภายในอาคาร โรงเรือนไม้ในร่มสำหรับจัดแสดงไม้ประดับและกล้วยไม้ และโรงเรือนจัดแสดงสวนพืชทะเลทรายที่รวบรวมพืชตระกูลแคคตัส

  5. โซนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคาร ประกอบด้วยนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการไม้ผลและเทคโนโลยีการเกษตร นิทรรศการไม้ดอกไม้ประดับ สวนกล้วยไม้ สวนบัว และนิทรรศการสวนคาร์บอนเครดิต

  6. โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ ถ่ายทอดความหลากหลายของพรรณไม้และองค์ความรู้ด้านการเพาะขยายพันธุ์พืช

     ทั้ง 6 โซนได้รับการออกแบบให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลินกับความงดงามของธรรมชาติ ควบคู่กับการเรียนรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมตลอดเส้นทางการเยี่ยมชม

สถาปัตยกรรมอัตลักษณ์อีสาน ผสานธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น

     อีกหนึ่งจุดเด่นของมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 คือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่นำอัตลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานมาผสานเข้ากับธรรมชาติ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประกอบด้วยอาคารและพื้นที่สำคัญ 5 แห่ง ได้แก่

  1. อาคารประชาสัมพันธ์ หรือ “อาคารรูปไห” ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง และ “ข้อง” ภาชนะสานจากไม้ไผ่สำหรับใส่ปลา

  2. อาคารเฉลิมพระเกียรติ ผสานแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัว ภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย “พระพุทธภัทรบรมสุข” พร้อมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ผลพระคุณ ธ รักษา” และนิทรรศการ “134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้”

  3. อาคารอำนวยการ หรือ “อาคารรูปไซ” ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือจับปลาพื้นบ้านของชาวอีสาน

  4. อาคารเรือนกระจก ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เฮือนแฝด” ผสานการออกแบบร่วมสมัย เน้นความโปร่งโล่งและการถ่ายเทอากาศ

  5. หมู่บ้านอีสาน ถ่ายทอดวิถีชีวิตและความผูกพันของครอบครัวชาวอีสาน ผ่านการจำลองเรือนพื้นถิ่นดั้งเดิมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด

จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ

     นอกเหนือจากการจัดแสดงสวนและพรรณไม้จากทั่วโลก ภายในงานยังมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 10 ปี และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 6 รอบ พร้อมจัดแสดงพระราชกรณียกิจ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร

     ตลอด 134 วันของการจัดงาน ยังเตรียมการแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ณ “ลานตุ้มโฮม” รวมถึงกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ ขณะที่ “ตลาดชุมชนริมน้ำ” รวบรวมร้านค้าท้องถิ่น 50 ร้าน หมุนเวียนจำหน่ายอาหาร สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เลือกซื้อสินค้าและลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ภายใต้แนวคิดตลาดรักษ์โลกที่มุ่งลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมการคัดแยกขยะ เพื่อกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่

มุ่งสู่มหกรรมสีเขียว ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ระยะยาว

     นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงความงดงามและความหลากหลายของพืชพรรณจากทั่วโลก แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด

     การดำเนินงานให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรและขยะอย่างเป็นระบบ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง ISO 20121 และ ESG พร้อมการรับรอง Carbon Neutral Self-Declaration รวมถึงการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ Green City Conference เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองสีเขียว

     ภายหลังสิ้นสุดการจัดงาน ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวนและความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ศึกษาระบบนิเวศ และสวนสาธารณะ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว และส่งต่อมรดกด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

จังหวัดอุดรธานีเดินหน้าต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ

     ด้าน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้มอบหมายให้ นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ร่วมแถลงความพร้อมของจังหวัดในการต้อนรับผู้เข้าชมจากทั่วโลก

     นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีมีความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของจังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อสายตานานาชาติ โดยจังหวัดมีความพร้อมต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตลอด 134 วันของการจัดงาน

     จังหวัดอุดรธานีมองว่ามหกรรมพืชสวนโลกไม่ได้เป็นเพียงงานจัดแสดงพืชสวนระดับนานาชาติ แต่เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพของจังหวัดในระยะยาว โดยใช้มหกรรมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างการรับรู้อุดรธานีในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ เชื่อมโยงการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งในจังหวัดและภูมิภาค

     นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมต่อยอดไปสู่การพัฒนาด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อผลักดันจังหวัดอุดรธานีให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

รายละเอียดการเข้าชมมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569

     ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสความงดงามของพืชพรรณจากทั่วโลก สวนนานาชาติ พรรณไม้หายาก นวัตกรรมการเกษตร และศิลปวัฒนธรรมอีสาน ในงาน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • วันจัดงาน: 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570

  • ระยะเวลาจัดงาน: 134 วัน

  • เวลาเปิดเข้าชม: ทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น.

  • สถานที่: พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี

  • ราคาบัตรบุคคลทั่วไป: 199 บาท ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

  • ช่องทางจำหน่ายบัตร: เคาน์เตอร์ All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ เว็บไซต์ All Ticket และจุดจำหน่ายบัตรหน้างาน

  • เว็บไซต์จำหน่ายบัตร: https://www.allticket.com/event/UdonExpo2026

  • เว็บไซต์ทางการ: www.udonthaniexpo2026.com

  • LINE Official Account: @organizer.udonexpo

     นอกจากนี้ ยังมีบัตรเข้าชมประเภทอื่น ได้แก่ บัตรเจ้าบ้านอุดรธานี บัตรเครือสบายดี บัตรแบบกลุ่ม และบัตรเข้าชมฟรีสำหรับผู้มีสิทธิ์ สามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.udonthaniexpo2026.com และ LINE Official Account: @organizer.udonexpo

    มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตร นวัตกรรมสีเขียว และวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่สายตานานาชาติ พร้อมผลักดันจังหวัดอุดรธานีให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว


Related Posts
Latest

ช่อง copthai tv สถานีทีวีตำรวจ

Sponsor

AD BANNER